จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง? ขั้นตอนและเอกสารสำหรับผู้เริ่มต้น
/
/
จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง? ขั้นตอนและเอกสารสำหรับผู้เริ่มต้น
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัดช่วยให้กิจการมีโครงสร้างชัดเจน แยกทรัพย์สินของธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัว และสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อติดต่อกับลูกค้า คู่ค้า ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่แน่ใจว่า จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง ต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน ควรกำหนดทุนจดทะเบียนเท่าไร และหลังจดบริษัทเรียบร้อยแล้วต้องทำบัญชีหรือยื่นภาษีอะไรต่อ

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้น ตั้งแต่การเตรียมชื่อบริษัท ผู้ถือหุ้น กรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน ทุนจดทะเบียน เอกสารประกอบ ตลอดจนขั้นตอนหลังบริษัทได้รับการจดทะเบียน เพื่อช่วยให้คุณวางแผนเปิดบริษัทได้อย่างเป็นระบบและลดปัญหาจากข้อมูลหรือเอกสารไม่ครบถ้วน

หัวข้อ

จดทะเบียนบริษัทคืออะไร?

การจดทะเบียนบริษัท คือ การจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลประเภท “บริษัทจำกัด” และนำข้อมูลไปจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

เมื่อดำเนินการจดทะเบียนสำเร็จ บริษัทจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น มีชื่อ เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่ตั้งสำนักงาน ทุนจดทะเบียน กรรมการ และวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอย่างชัดเจน

บริษัทสามารถทำสัญญา เปิดบัญชีธนาคาร ถือครองทรัพย์สิน มีรายได้ มีค่าใช้จ่าย และมีหน้าที่ทางบัญชีและภาษีในชื่อของบริษัทเอง

ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบ DBD Biz Regist ซึ่งรองรับการจัดตั้งบริษัท การลงลายมือชื่อ การชำระค่าธรรมเนียม และการดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องในรูปแบบดิจิทัล

จดบริษัทเหมาะกับธุรกิจประเภทใด?

การจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการวางระบบธุรกิจระยะยาว เช่น

  • ธุรกิจที่มีหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุน
  • ธุรกิจที่ต้องทำสัญญากับบริษัทหรือองค์กร
  • ธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ
  • ธุรกิจที่มีรายได้และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  • ธุรกิจที่ต้องการรับพนักงาน
  • ธุรกิจที่ต้องการขอสินเชื่อหรือวงเงินทางธุรกิจ
  • ธุรกิจที่มีแผนขยายสาขาหรือเพิ่มผู้ลงทุน
  • ร้านค้าออนไลน์และผู้ให้บริการที่เริ่มมีรายได้สูงขึ้น
  • ธุรกิจที่ต้องเข้าร่วมประมูลงานหรือเป็นคู่ค้ากับองค์กรขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม การจดบริษัทไม่ได้มีเพียงข้อดีด้านภาพลักษณ์เท่านั้น เพราะหลังจดทะเบียนแล้ว บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชี ยื่นภาษี จัดทำงบการเงิน และดำเนินการตามกำหนดเวลาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ผู้ประกอบการจึงควรประเมินทั้งรายได้ รูปแบบธุรกิจ จำนวนผู้ร่วมลงทุน ค่าใช้จ่ายในการดูแลบัญชี และแผนการเติบโตก่อนตัดสินใจ

จดทะเบียนบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน?

การจัดตั้งบริษัทจำกัดในประเทศไทยต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน โดยผู้เริ่มก่อการจะต้องร่วมกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและดำเนินการตามขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท

ผู้เริ่มก่อการแต่ละคนต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น และเมื่อบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว ผู้เริ่มก่อการอาจเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทด้วยก็ได้

กฎหมายที่แก้ไขในปี 2565 ได้เปลี่ยนจำนวนผู้เริ่มก่อการขั้นต่ำจากเดิม 3 คน เหลืออย่างน้อย 2 คน และกำหนดว่าหากยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 ปีนับจากวันที่จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือบริคณห์สนธิดังกล่าวจะสิ้นผล

ก่อนจดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มกรอกข้อมูลหรือยื่นคำขอ ผู้ประกอบการควรตกลงรายละเอียดสำคัญร่วมกันให้เรียบร้อย เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในเอกสารจดทะเบียนและมีผลต่อการบริหารบริษัทในอนาคต

1. ชื่อบริษัท

ควรเตรียมชื่อบริษัทไว้ประมาณ 2–3 ชื่อ เรียงตามลำดับที่ต้องการ เพื่อใช้ตรวจสอบและจองชื่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ชื่อบริษัทไม่ควรเหมือนหรือใกล้เคียงกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้แล้วจนทำให้เกิดความสับสน และไม่ควรมีคำหรือข้อความที่ขัดต่อกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ของหน่วยงาน

ชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษควรสอดคล้องกัน โดยชื่อบริษัทภาษาไทยจะลงท้ายด้วยคำว่า “จำกัด” ส่วนภาษาอังกฤษมักใช้คำว่า “Company Limited” หรือ “Co., Ltd.”

ก่อนสั่งทำโลโก้ ป้ายร้าน นามบัตร เว็บไซต์ หรือตรายาง ควรรอให้ชื่อบริษัทได้รับอนุมัติก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากการต้องเปลี่ยนชื่อภายหลัง

2. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

ต้องกำหนดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ให้ชัดเจน ได้แก่

  • เลขที่อาคารหรือบ้าน
  • หมู่บ้านหรืออาคาร
  • ชั้นและเลขที่ห้อง หากมี
  • หมู่ที่
  • ซอย
  • ถนน
  • ตำบลหรือแขวง
  • อำเภอหรือเขต
  • จังหวัด
  • รหัสไปรษณีย์

หากใช้บ้านเช่า อาคารเช่า หรือสำนักงานให้เช่าเป็นที่ตั้งบริษัท ควรตรวจสอบว่าสัญญาเช่าและเจ้าของสถานที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าวสำหรับจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่

กรณีที่สถานที่ตั้งบริษัทไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ก่อตั้ง อาจต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมเอกสารของเจ้าของสถานที่และหลักฐานแสดงสิทธิในสถานที่ตามกรณี

นอกจากนี้ หากบริษัทมีแผนจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาเอกสารและความชัดเจนของสถานประกอบการเพิ่มเติม จึงควรเตรียมข้อมูลสถานที่ให้ตรงกับการใช้งานจริงตั้งแต่ต้น

3. วัตถุประสงค์ของบริษัท

วัตถุประสงค์บริษัทคือข้อความที่ระบุว่าบริษัทจะประกอบกิจการประเภทใด เช่น

  • ขายสินค้า
  • ให้บริการ
  • รับเหมาก่อสร้าง
  • ให้คำปรึกษา
  • พัฒนาซอฟต์แวร์
  • ทำการตลาดออนไลน์
  • นำเข้าและส่งออกสินค้า
  • ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • ประกอบธุรกิจร้านอาหาร

ควรเลือกวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมธุรกิจที่บริษัททำจริงและกิจกรรมที่มีแผนจะดำเนินการในอนาคต แต่ไม่ควรใส่วัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมากโดยไม่มีความจำเป็น

กิจการบางประเภทอาจต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม แม้จะระบุวัตถุประสงค์ไว้ในหนังสือรับรองบริษัทแล้วก็ตาม การจดทะเบียนบริษัทจึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจควบคุมทุกประเภททันที

4. ทุนจดทะเบียน

ทุนจดทะเบียนคือมูลค่าหุ้นทั้งหมดที่บริษัทกำหนดไว้ตั้งแต่จัดตั้ง โดยต้องระบุจำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้นต่อหุ้นอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น บริษัทกำหนดทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็น 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท

การกำหนดทุนจดทะเบียนควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • เงินที่ต้องใช้เริ่มต้นธุรกิจ
  • ค่าเช่าสถานที่และอุปกรณ์
  • เงินทุนหมุนเวียน
  • จำนวนพนักงาน
  • ลักษณะสัญญากับคู่ค้า
  • เงื่อนไขการขอใบอนุญาต
  • การจ้างแรงงานต่างด้าว
  • ความน่าเชื่อถือที่ธุรกิจต้องการ
  • แผนการขอสินเชื่อ

ไม่ควรกำหนดทุนจดทะเบียนสูงเพียงเพื่อให้บริษัทดูน่าเชื่อถือ เพราะทุนที่ระบุควรสัมพันธ์กับความสามารถในการชำระค่าหุ้นและการดำเนินธุรกิจจริง

5. สัดส่วนผู้ถือหุ้น

ต้องกำหนดว่าผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือหุ้นจำนวนเท่าไร คิดเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ และมีสิทธิออกเสียงอย่างไร

ตัวอย่างเช่น

ผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้นสัดส่วน
ผู้ถือหุ้น A6,000 หุ้น60%
ผู้ถือหุ้น B4,000 หุ้น40%
รวม10,000 หุ้น100%

สัดส่วนผู้ถือหุ้นมีผลต่ออำนาจการลงคะแนน การแต่งตั้งกรรมการ การอนุมัติเรื่องสำคัญ และส่วนแบ่งเงินปันผล จึงควรตกลงให้ชัดเจนก่อนจดทะเบียน

หากมีผู้ร่วมลงทุนหลายคน ควรพิจารณาจัดทำข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม เพื่อกำหนดเรื่องการบริหาร การขายหุ้น การเพิ่มทุน การถอนตัว การแบ่งกำไร และแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดความเห็นไม่ตรงกัน

6. กรรมการบริษัท

กรรมการเป็นผู้มีอำนาจบริหารและดำเนินการแทนบริษัท บริษัทสามารถมีกรรมการคนเดียวหรือหลายคนได้ตามที่กำหนด

ข้อมูลที่ต้องตกลง ได้แก่

  • ใครเป็นกรรมการ
  • มีกรรมการทั้งหมดกี่คน
  • กรรมการคนใดมีอำนาจลงนาม
  • ต้องลงนามคนเดียวหรือร่วมกัน
  • ต้องประทับตราสำคัญของบริษัทหรือไม่

ตัวอย่างเงื่อนไขการลงนาม เช่น

กรรมการหนึ่งคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท

หรือ

กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท

เงื่อนไขกรรมการมีผลต่อการเปิดบัญชีธนาคาร การทำสัญญา การยื่นเอกสาร และการทำธุรกรรมต่าง ๆ จึงควรกำหนดให้เหมาะกับวิธีบริหารงานจริง

7. ชื่อและข้อมูลผู้ทำบัญชี

หลังจดทะเบียนแล้ว บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย และต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

ผู้ประกอบการจึงควรติดต่อสำนักงานบัญชีไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดบริษัท เพื่อวางระบบเอกสาร กำหนดวันที่เริ่มรอบบัญชี แนะนำการออกเอกสาร และตรวจสอบว่าธุรกิจต้องยื่นภาษีประเภทใดบ้าง

การมีผู้ดูแลบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยลดปัญหา เช่น

  • เอกสารรายรับรายจ่ายไม่ครบ
  • ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินบริษัท
  • ออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง
  • ลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ยื่นภาษีล่าช้า
  • แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวกับบริษัทไม่ได้

เอกสารจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง?

เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามรูปแบบการยื่น บุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่ตั้งบริษัท และลักษณะธุรกิจ แต่โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลและหลักฐานดังต่อไปนี้

เอกสารของผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และกรรมการ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • ข้อมูลชื่อและนามสกุล
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • อีเมล
  • จำนวนหุ้นที่ถือ
  • ข้อมูลการเป็นกรรมการ
  • ตัวอย่างลายมือชื่อหรือการลงลายมือชื่อดิจิทัลตามช่องทางที่ใช้

กรณีมีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ อาจต้องใช้หนังสือเดินทางและเอกสารประกอบเพิ่มเติม รวมถึงต้องตรวจสอบข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย

เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้งบริษัท

  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่
  • แผนที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของสถานที่
  • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานที่
  • สัญญาเช่า หากเป็นสถานที่เช่า
  • หลักฐานกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการใช้สถานที่ตามกรณี
  • รูปถ่ายสถานที่ หากต้องใช้สำหรับการดำเนินการด้านภาษีหรือใบอนุญาต

ควรตรวจสอบชื่อเจ้าของสถานที่ในเอกสารให้ตรงกัน และระบุที่อยู่ให้เหมือนกันทุกจุด เพื่อลดปัญหาการแก้ไขเอกสาร

ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท

  • ชื่อบริษัทที่จองไว้
  • ชื่อภาษาอังกฤษ
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • ทุนจดทะเบียน
  • จำนวนหุ้น
  • มูลค่าหุ้นต่อหุ้น
  • รายชื่อผู้ถือหุ้น
  • สัดส่วนการถือหุ้น
  • รายชื่อกรรมการ
  • อำนาจกรรมการ
  • วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • รอบปีบัญชี
  • ข้อมูลผู้สอบบัญชี หากต้องระบุในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

แบบและเอกสารจดทะเบียนสำคัญ

เอกสารจดทะเบียนบริษัทอาจประกอบด้วยแบบหรือรายการสำคัญ เช่น

  • คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • รายการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
  • แบบวัตถุประสงค์
  • รายละเอียดกรรมการ
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • รายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท
  • ข้อบังคับบริษัท หากมี
  • หลักฐานการชำระค่าหุ้นตามกรณี
  • หนังสือมอบอำนาจ หากมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ

รูปแบบและรายการเอกสารควรตรวจสอบจากระบบหรือคู่มือล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เนื่องจากขั้นตอนและข้อกำหนดของแต่ละกรณีอาจแตกต่างกัน ระบบ DBD Biz Regist มีส่วนคู่มือและสื่อแนะนำสำหรับบริษัทจำกัดโดยเฉพาะ

ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทสำหรับผู้เริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 1 วางแผนโครงสร้างบริษัท

ก่อนเริ่มจองชื่อ ควรสรุปข้อมูลเบื้องต้นให้ครบ ได้แก่

  • ประเภทธุรกิจ
  • ผู้ร่วมลงทุน
  • สัดส่วนหุ้น
  • ทุนจดทะเบียน
  • กรรมการ
  • อำนาจลงนาม
  • ที่ตั้งบริษัท
  • วัตถุประสงค์
  • วันที่ต้องการเริ่มดำเนินกิจการ

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะหากตกลงกันไม่ครบ อาจต้องแก้ไขเอกสารหลายครั้งหรือเกิดปัญหาระหว่างผู้ถือหุ้นภายหลัง

ขั้นตอนที่ 2 สมัครและยืนยันตัวตนในระบบ

ผู้ดำเนินการสามารถสมัครบัญชีผู้ใช้ในระบบ DBD Biz Regist และยืนยันตัวตนตามวิธีที่ระบบรองรับ

บัญชีบุคคลสามารถใช้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือเลิกนิติบุคคล รวมถึงยื่นคำขอ ลงลายมือชื่อ ชำระค่าธรรมเนียม และดาวน์โหลดเอกสารหลังได้รับอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 3 จองชื่อบริษัท

กรอกชื่อบริษัทที่ต้องการเพื่อตรวจสอบว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และไม่ซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลอื่นมากเกินไป

ควรตรวจสอบการสะกดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้เรียบร้อย เพราะชื่อที่ได้รับอนุมัติจะถูกใช้ในเอกสารจดทะเบียนและเอกสารทางธุรกิจต่อไป

ขั้นตอนที่ 4 จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือบริคณห์สนธิเป็นเอกสารสำคัญที่ระบุรายละเอียดพื้นฐานของบริษัท เช่น

  • ชื่อบริษัท
  • จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • วัตถุประสงค์
  • ทุนจดทะเบียน
  • จำนวนหุ้น
  • มูลค่าหุ้น
  • รายชื่อผู้เริ่มก่อการ
  • จำนวนหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการแต่ละคนจองซื้อ

ผู้เริ่มก่อการต้องลงลายมือชื่อตามหลักเกณฑ์ และในกรณีจัดทำเป็นเอกสารจะมีข้อกำหนดเรื่องพยานรับรองลายมือชื่อด้วย

ขั้นตอนที่ 5 จัดให้มีการจองซื้อหุ้น

หุ้นทั้งหมดของบริษัทต้องมีผู้จองซื้อ โดยต้องระบุจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละรายให้ครบถ้วน

ผู้เริ่มก่อการต้องถือหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น และควรตรวจสอบให้ผลรวมจำนวนหุ้นตรงกับทุนจดทะเบียนทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 6 ประชุมจัดตั้งบริษัท

เมื่อมีผู้จองซื้อหุ้นครบแล้ว จะมีการประชุมจัดตั้งบริษัทเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ เช่น

  • รับรองการจัดตั้งบริษัท
  • รับรองค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง
  • กำหนดข้อบังคับบริษัท หากมี
  • เลือกกรรมการ
  • กำหนดอำนาจกรรมการ
  • แต่งตั้งผู้สอบบัญชี
  • กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
  • พิจารณาเรื่องหุ้นและการชำระค่าหุ้น

ควรจัดทำรายงานการประชุมให้ตรงกับข้อมูลที่จะใช้ยื่นจดทะเบียน

ขั้นตอนที่ 7 เรียกชำระค่าหุ้น

กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะเรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่กำหนด โดยการชำระค่าหุ้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและเอกสารจัดตั้งบริษัท

ผู้ประกอบการควรเก็บหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นไว้ให้เรียบร้อย เช่น หลักฐานการโอนเงิน ใบรับเงิน หรือเอกสารจากธนาคาร โดยเฉพาะกรณีที่ทุนจดทะเบียนหรือโครงสร้างผู้ถือหุ้นทำให้ต้องยื่นหลักฐานเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 8 ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

นำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบความถูกต้อง และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อตามขั้นตอน

ข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจซ้ำ ได้แก่

  • ชื่อและเลขประจำตัวประชาชน
  • จำนวนหุ้น
  • ทุนจดทะเบียน
  • ที่อยู่
  • รายชื่อกรรมการ
  • อำนาจลงนาม
  • วัตถุประสงค์
  • การสะกดชื่อภาษาอังกฤษ

เมื่อยื่นคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่อาจอนุมัติ ขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งให้แก้ไขเอกสารบางรายการ

ขั้นตอนที่ 9 ชำระค่าธรรมเนียมและรับเอกสาร

เมื่อคำขอผ่านการตรวจสอบ ผู้ยื่นจะดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามที่ระบบกำหนด

หลังจดทะเบียนสำเร็จ สามารถรับหรือดาวน์โหลดเอกสารสำคัญ เช่น

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • ใบสำคัญการจดทะเบียน
  • สำเนาเอกสารที่ได้รับการรับรอง
  • ใบเสร็จรับเงิน

อัตราค่าธรรมเนียมควรตรวจสอบจากประกาศและระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันที่ยื่นจริง เนื่องจากช่องทางการยื่นหรือรายการเอกสารที่ขอเพิ่มเติมอาจทำให้ยอดค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน

จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน?

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ความพร้อมของข้อมูล
  • การอนุมัติชื่อบริษัท
  • ความถูกต้องของเอกสาร
  • การลงลายมือชื่อของผู้เกี่ยวข้อง
  • การขอเอกสารเพิ่มเติม
  • จำนวนคำขอที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
  • ลักษณะของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • ประเภทธุรกิจที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

หากข้อมูลครบถ้วนและไม่มีรายการต้องแก้ไข กระบวนการจะรวดเร็วกว่ากรณีที่ชื่อไม่ผ่าน ที่อยู่ไม่ชัดเจน จำนวนหุ้นไม่ตรงกัน หรือเอกสารของผู้ถือหุ้นไม่ครบ

ดังนั้น หากมีวันที่ต้องใช้หนังสือรับรองเพื่อเปิดบัญชี ทำสัญญา เช่าสถานที่ หรือเริ่มโครงการ ควรเผื่อเวลาดำเนินการไว้ล่วงหน้า ไม่ควรยื่นในวันสุดท้าย

จดทะเบียนบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นประกอบด้วย

  1. ค่าธรรมเนียมราชการในการจดทะเบียน
  2. ค่าหนังสือรับรองและสำเนาเอกสาร
  3. ค่าอากรหรือค่าเอกสารบางประเภท
  4. ค่าตรายางบริษัท หากบริษัทเลือกใช้ตราประทับ
  5. ค่าบริการผู้ดำเนินการจดทะเบียน
  6. ค่าจัดทำบัญชีรายเดือน
  7. ค่าผู้สอบบัญชีประจำปี
  8. ค่าใช้จ่ายด้านภาษีและประกันสังคมตามกิจกรรมของบริษัท
  9. ค่าขอใบอนุญาตเฉพาะกิจการ หากธุรกิจอยู่ภายใต้การควบคุม

ผู้ประกอบการควรแยก “ค่าจดทะเบียนครั้งแรก” ออกจาก “ค่าใช้จ่ายในการดูแลบริษัทต่อเนื่อง” เพราะแม้บริษัทจะยังไม่มีรายได้ ก็ยังอาจมีหน้าที่จัดทำบัญชี ยื่นแบบภาษี และจัดทำงบการเงินตามรอบบัญชี

หลังจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ?

การได้รับหนังสือรับรองบริษัทไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากนั้นควรดำเนินการดังต่อไปนี้

เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท

ควรนำเงินที่เกี่ยวข้องกับกิจการเข้าบัญชีบริษัท และหลีกเลี่ยงการใช้บัญชีส่วนตัวรับรายได้หรือชำระค่าใช้จ่ายของบริษัท

การแยกบัญชีช่วยให้ตรวจสอบรายรับรายจ่ายได้ง่าย ลดความสับสน และทำให้ผู้ทำบัญชีบันทึกรายการได้ถูกต้องขึ้น

จัดทำตรายางบริษัท

บริษัทไม่จำเป็นต้องมีตรายางทุกกรณี แต่หากเงื่อนไขอำนาจกรรมการในหนังสือรับรองกำหนดให้ต้องประทับตรา บริษัทต้องจัดทำตรายางและใช้ประกอบการลงนามตามเงื่อนไขดังกล่าว

วางระบบเอกสารบัญชี

ควรกำหนดตั้งแต่เริ่มต้นว่าใครรับผิดชอบ

  • ออกใบเสนอราคา
  • ออกใบแจ้งหนี้
  • ออกใบเสร็จรับเงิน
  • จัดเก็บใบกำกับภาษี
  • ตรวจสอบหลักฐานการโอนเงิน
  • จัดทำเอกสารเบิกจ่าย
  • จัดเก็บสัญญา
  • ส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชี

เอกสารควรจัดเก็บแยกตามเดือนและประเภท เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวก

ตรวจสอบหน้าที่ภาษี

บริษัทอาจเกี่ยวข้องกับแบบภาษีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับรายการที่เกิดขึ้น เช่น

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี
  • ภาษีจากเงินเดือนพนักงาน
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะในบางกิจการ

แม้บริษัทไม่มีรายได้ในบางเดือนหรือบางรอบปี ก็ไม่ควรสรุปเองว่าไม่มีหน้าที่ยื่นแบบ ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบตามข้อเท็จจริงของบริษัท

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไข

หากธุรกิจมีรายรับถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หรือเลือกเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจ ต้องดำเนินการจดทะเบียน VAT ภายในระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง

ก่อนจด VAT ควรตรวจสอบว่าสินค้าหรือบริการของบริษัทอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือได้รับยกเว้น และควรเตรียมระบบออกใบกำกับภาษีให้พร้อม

[Internal Link: รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT อย่างไร?]

ขึ้นทะเบียนนายจ้างและประกันสังคม

หากบริษัทมีลูกจ้าง ต้องตรวจสอบหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนนายจ้างและแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนภายในกำหนดเวลา รวมถึงจัดทำเงินเดือนและนำส่งเงินสมทบอย่างถูกต้อง

จัดทำบัญชีและงบการเงิน

บริษัทต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี จัดทำบัญชีตามเอกสารและรายการที่เกิดขึ้น และจัดทำงบการเงินเมื่อสิ้นรอบบัญชี

งบการเงินของบริษัทจำกัดต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ก่อนนำเสนอผู้ถือหุ้นและยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกำหนด

[Internal Link: บริษัทเปิดใหม่ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอะไรบ้าง?]

[Internal Link: ปิดงบการเงินคืออะไร? ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?]

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัท

กำหนดทุนจดทะเบียนโดยไม่วางแผน

บางบริษัทกำหนดทุนสูงเกินความจำเป็น หรือกำหนดต่ำเกินไปจนไม่เหมาะกับใบอนุญาต สัญญา หรือแผนการดำเนินงาน

ควรประเมินจากธุรกิจจริง ไม่ควรใช้ตัวเลขตามบริษัทอื่นโดยไม่วิเคราะห์

แบ่งหุ้นโดยไม่ได้ตกลงเรื่องอำนาจบริหาร

การแบ่งหุ้นเท่ากันอาจดูยุติธรรม แต่หากผู้ถือหุ้นมีความเห็นต่างและไม่มีข้อตกลงแก้ไข อาจทำให้บริษัทตัดสินใจเรื่องสำคัญไม่ได้

จึงควรตกลงทั้งสัดส่วนหุ้น อำนาจกรรมการ การโอนหุ้น และแนวทางยุติข้อขัดแย้ง

ใช้ที่อยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต

การนำที่อยู่บ้านเช่าหรืออาคารสำนักงานไปจดทะเบียนโดยไม่แจ้งเจ้าของสถานที่ อาจก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมเพื่อจด VAT หรือขอใบอนุญาต

เลือกวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมธุรกิจ

หากระบุวัตถุประสงค์แคบเกินไป อาจต้องจดทะเบียนแก้ไขเมื่อบริษัทเพิ่มบริการใหม่ แต่หากใส่กว้างเกินไปก็อาจไม่สะท้อนธุรกิจจริง

ไม่เริ่มทำบัญชีทันที

หลายบริษัทเข้าใจว่ายังไม่มีรายได้จึงไม่ต้องส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชี แต่ค่าใช้จ่ายตั้งบริษัท ค่าเช่า ค่าซื้ออุปกรณ์ เงินรับจากผู้ถือหุ้น และรายการธนาคารล้วนเป็นข้อมูลทางบัญชีที่ควรจัดเก็บ

ใช้เงินบริษัทปะปนกับเงินส่วนตัว

การโอนเงินเข้าออกโดยไม่มีคำอธิบาย ทำให้แยกไม่ได้ว่าเป็นรายได้ เงินกู้ เงินลงทุน เงินทดรอง หรือการถอนใช้ส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อความถูกต้องของบัญชีและภาษี

Checklist ก่อนยื่นจดทะเบียนบริษัท

ก่อนส่งคำขอ ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้

  • ชื่อบริษัทได้รับอนุมัติแล้ว
  • มีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน
  • ผู้เริ่มก่อการทุกคนจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น
  • จำนวนหุ้นรวมตรงกับทุนจดทะเบียน
  • ที่อยู่สำนักงานใหญ่ถูกต้อง
  • ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่แล้ว
  • วัตถุประสงค์ครอบคลุมธุรกิจ
  • กำหนดรายชื่อกรรมการแล้ว
  • กำหนดอำนาจลงนามแล้ว
  • ข้อมูลบัตรประชาชนถูกต้อง
  • ชื่อภาษาอังกฤษสะกดตรงกันทุกเอกสาร
  • มีข้อมูลผู้สอบบัญชีตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้เกี่ยวข้องพร้อมลงลายมือชื่อ
  • เตรียมหลักฐานการชำระค่าหุ้น
  • วางแผนเปิดบัญชีธนาคารบริษัท
  • มีสำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีดูแลหลังจัดตั้ง

ควรจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองหรือใช้สำนักงานบัญชี?

ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนด้วยตัวเองได้ หากเข้าใจขั้นตอน มีข้อมูลครบ และสามารถประสานงานกับผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคนได้

อย่างไรก็ตาม การใช้สำนักงานบัญชีหรือผู้ให้บริการจดทะเบียนอาจเหมาะกับกรณีที่

  • ไม่แน่ใจว่าควรกำหนดทุนเท่าไร
  • มีผู้ถือหุ้นหลายคน
  • มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน
  • ต้องการจด VAT ต่อทันที
  • ธุรกิจต้องขอใบอนุญาต
  • ใช้สถานที่เช่าเป็นสำนักงานใหญ่
  • ต้องการวางระบบบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น
  • ไม่มีเวลาติดตามการแก้ไขเอกสาร
  • ต้องการผู้ดูแลบัญชีและภาษีต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญคือไม่ควรมองเฉพาะว่าจดบริษัทได้หรือไม่ แต่ควรวางแผนว่าหลังจดทะเบียนแล้วบริษัทจะออกเอกสาร รับเงิน จ่ายเงิน ทำบัญชี และยื่นภาษีอย่างไร

สรุป

การจดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมมากกว่าชื่อบริษัทและสำเนาบัตรประชาชน ผู้ประกอบการต้องวางแผนเรื่องผู้ถือหุ้น สัดส่วนหุ้น ทุนจดทะเบียน กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ วัตถุประสงค์ และระบบบัญชีหลังจัดตั้ง

การตกลงรายละเอียดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดการแก้ไขเอกสาร ลดความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น และช่วยให้บริษัทเริ่มดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ

หากไม่แน่ใจว่าธุรกิจควรจดทะเบียนในรูปแบบใด ควรกำหนดทุนเท่าไร หรือต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและการจดทะเบียนก่อนยื่นคำขอ เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจและแผนการดำเนินงานจริง

ติดต่อ Srithon Accounting

กำลังวางแผนเปิดบริษัท แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

Srithon Accounting ให้บริการให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนธุรกิจ การวางระบบเอกสาร การทำบัญชี และการยื่นภาษีสำหรับผู้ประกอบการในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียง

เราช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เตรียมเอกสาร และแนะนำสิ่งที่บริษัทต้องดำเนินการหลังจดทะเบียน เพื่อให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างเป็นระบบและลดความกังวลด้านบัญชีและภาษี

[ปุ่ม CTA: ปรึกษาเรื่องจดทะเบียนบริษัท]

[ปุ่ม CTA: ติดต่อ Srithon Accounting]

คำถามที่พบบ่อย

จดทะเบียนบริษัทต้องมีหุ้นส่วนกี่คน?

บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน โดยแต่ละคนต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น จากนั้นจึงดำเนินการจัดตั้งบริษัทตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

คนเดียวจดทะเบียนบริษัทได้หรือไม่?

ปัจจุบันการจัดตั้งบริษัทจำกัดทั่วไปยังต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน จึงไม่สามารถจัดตั้งบริษัทจำกัดโดยมีผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียวตั้งแต่เริ่มต้นได้

จดทะเบียนบริษัทต้องมีเงินหนึ่งล้านบาทหรือไม่?

กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าบริษัททั่วไปทุกแห่งต้องมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทเท่ากัน ผู้ประกอบการควรกำหนดทุนให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจ เงินทุนที่ใช้จริง เงื่อนไขใบอนุญาต และแผนการดำเนินงาน

บ้านพักอาศัยใช้เป็นที่ตั้งบริษัทได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้ในหลายกรณี แต่ต้องมีสิทธิใช้สถานที่อย่างถูกต้อง หากไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่ควรได้รับความยินยอมจากเจ้าของ และควรตรวจสอบข้อจำกัดของหมู่บ้าน อาคาร สัญญาเช่า หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการนั้นด้วย

จดบริษัทแล้วต้องจด VAT ทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องจด VAT ทุกบริษัททันที หน้าที่จดทะเบียนขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ รายรับ และเงื่อนไขตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพิจารณาจดโดยสมัครใจได้หากเข้าเงื่อนไข

บริษัทไม่มีรายได้ต้องทำบัญชีหรือไม่?

ต้องทำบัญชีและดำเนินการตามหน้าที่ของนิติบุคคล แม้บริษัทจะยังไม่มีรายได้ เพราะอาจมีรายการค่าใช้จ่าย เงินลงทุน รายการธนาคาร และหน้าที่ในการยื่นแบบหรืองบการเงินตามรอบบัญชี

หลังจดบริษัทต้องมีนักบัญชีหรือไม่?

บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย จึงควรมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติถูกต้องดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อช่วยจัดระบบเอกสาร บันทึกรายการ และตรวจสอบกำหนดการยื่นภาษี

จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูล การอนุมัติชื่อ การลงลายมือชื่อ และการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากเอกสารมีข้อผิดพลาดหรือข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องใช้เวลาแก้ไขเพิ่มเติม

จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ได้หรือไม่?

สามารถดำเนินการผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล DBD Biz Regist ซึ่งรองรับการยื่นคำขอ ลงลายมือชื่อ ชำระค่าธรรมเนียม และดาวน์โหลดเอกสารตามขั้นตอนของระบบ

แหล่งอ้างอิง

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล DBD Biz Regist
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: คู่มือและสื่อแนะนำการจดทะเบียน
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: กฎหมายเกี่ยวกับจำนวนผู้เริ่มก่อการและหนังสือบริคณห์สนธิ
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: กฎกระทรวงเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

ติดต่อ Srithon Accounting

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

สำนักงานบัญชีหาดใหญ่ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

บทความความรู้เรื่อง สำนักงานบัญชีหาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบการ ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท หมายถึงอะไร? เจ้าของธุรกิจควรรู้อะไร

บทความความรู้เรื่อง ทุนจดทะเบียน 1 ล้าน สำหรับผู้ประกอบการ โ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

บริษัทกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

บทความความรู้เรื่อง บริษัท vs ห้างหุ้นส่วน สำหรับผู้ประกอบกา...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DBD e-Filing คืออะไร? บริษัทเปิดใหม่ต้องใช้งานอย่างไร

บทความความรู้เรื่อง e-Filing DBD สำหรับผู้ประกอบการ โดย Srit...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

ปิดงบการเงินคืออะไร? บริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

บทความความรู้เรื่อง ปิดงบการเงิน สำหรับผู้ประกอบการ โดย Srit...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

ขึ้นทะเบียนนายจ้างเมื่อไร? มีลูกจ้างคนแรกต้องทำอะไรบ้าง

บทความความรู้เรื่อง ขึ้นทะเบียนนายจ้าง สำหรับผู้ประกอบการ โด...