
การรับ ลูกจ้างคนแรก เข้ามาทำงานเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของกิจการ เพราะหลังจากนั้นเจ้าของธุรกิจไม่ได้มีหน้าที่เพียงจ่ายเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องทะเบียนนายจ้าง ประกันสังคม ภาษีเงินเดือน เอกสารพนักงาน และการเก็บข้อมูลทางบัญชีที่ต้องจัดการให้เป็นระบบ
สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างอยู่ในข่ายประกันสังคม นายจ้างต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและแจ้งลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยสำนักงานประกันสังคมกำหนดให้การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามแบบ สปส.1-03 ต้องแจ้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
ดังนั้น หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนกำลังจะจ้างพนักงานคนแรก ไม่ควรรอจนถึงช่วงปิดบัญชีหรือสิ้นปี แต่ควรจัดการเรื่องทะเบียนนายจ้างและระบบเงินเดือนตั้งแต่เริ่มต้น
หัวข้อ
ขึ้นทะเบียนนายจ้างคืออะไร
การขึ้นทะเบียนนายจ้าง คือการแจ้งข้อมูลสถานประกอบการต่อสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้สถานประกอบการสามารถดำเนินการเกี่ยวกับลูกจ้างและผู้ประกันตนได้อย่างถูกต้อง
แบบที่ใช้สำหรับการขึ้นทะเบียนนายจ้างคือ สปส.1-01 โดยข้อมูลในแบบครอบคลุมรายละเอียดสำคัญ เช่น ชื่อสถานประกอบการ ที่อยู่ ผู้มีอำนาจของกิจการ จำนวนลูกจ้าง ประเภทกิจการ และค่าจ้าง
เมื่อขึ้นทะเบียนนายจ้างแล้ว การแจ้งลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะใช้ สปส.1-03 แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน
พูดง่าย ๆ คือมีงาน 2 ส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ได้แก่
1. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการในฐานะนายจ้าง
และ
2. ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
เจ้าของกิจการจึงไม่ควรเข้าใจว่าการจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่ากับการขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม เพราะเป็นคนละกระบวนการกัน
มีลูกจ้างกี่คนถึงต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง
เมื่อกิจการมีลูกจ้างที่อยู่ในข่ายประกันสังคมตั้งแต่ 1 คน ก็ควรตรวจสอบและดำเนินการเรื่องทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตนทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้กิจการมีพนักงานจำนวนมาก
สำนักงานประกันสังคมมีระบบสำหรับ นายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมีช่องทาง e-Self Service สำหรับการดำเนินธุรกรรมของนายจ้างด้วย
อย่างไรก็ตาม กิจการบางประเภทหรือบุคคลบางสถานะอาจมีรายละเอียดหรือข้อยกเว้นเฉพาะ จึงควรตรวจสอบสถานะจริงกับสำนักงานประกันสังคมหรือผู้ดูแลบัญชีก่อนดำเนินการ
ต้องขึ้นทะเบียนภายในกี่วัน
จุดที่เจ้าของกิจการควรจำคือ 30 วัน
แบบ สปส.1-03 ของสำนักงานประกันสังคมระบุว่า การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต้องแจ้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
เพราะฉะนั้น หากลูกจ้างเริ่มทำงานแล้ว ไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ไว้นานหรือรอจนหมดช่วงทดลองงาน
ในหน้า FAQ ของสำนักงานประกันสังคมเองก็มีประเด็นเกี่ยวกับกรณีนายจ้างต้องการรอให้ลูกจ้างผ่านทดลองงาน 3 เดือนก่อนจึงค่อยขึ้นทะเบียน แสดงให้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่นายจ้างมักเข้าใจผิด
ช่วงทดลองงานต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่
คำว่า “ทดลองงาน” เป็นเงื่อนไขในการจ้างงานของกิจการ แต่ไม่ได้หมายความว่านายจ้างควรละเลยการตรวจสอบหน้าที่ด้านประกันสังคมจนกว่าจะครบ 3 หรือ 4 เดือน
หากบุคคลนั้นมีสถานะเป็นลูกจ้างและอยู่ในข่ายผู้ประกันตน ควรดำเนินการตามระยะเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยแบบ สปส.1-03 ระบุกรอบเวลา 30 วันไว้อย่างชัดเจน
ดังนั้นกิจการที่เพิ่งรับพนักงานคนแรกควรตรวจสอบตั้งแต่ วันเริ่มงานจริง
มีลูกจ้างคนแรก ต้องทำอะไรบ้าง
หลังตัดสินใจรับพนักงานคนแรก เจ้าของกิจการควรจัดการงานสำคัญหลายส่วนควบคู่กัน
1. เตรียมข้อมูลการจ้างงาน
ก่อนขึ้นทะเบียน ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานให้ชัดเจน เช่น
- ชื่อและนามสกุลลูกจ้าง
- เลขประจำตัวประชาชน
- วันที่เริ่มงาน
- ตำแหน่ง
- รูปแบบการจ้าง
- เงินเดือนหรือค่าจ้าง
- วันและเวลาทำงาน
- ช่องทางรับเงินเดือน
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคม
แบบ สปส.1-03 มีช่องสำหรับวันที่ผู้ประกันตนเข้าทำงานและประเภทการจ้าง เช่น รายวันหรือรายเดือน เพราะวันที่เริ่มงานมีผลต่อข้อมูลผู้ประกันตน
การจัดข้อมูลให้ครบตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้ทั้งงานบัญชี เงินเดือน ภาษี และประกันสังคมดำเนินต่อได้ง่ายขึ้น
2. ขึ้นทะเบียนนายจ้างด้วย สปส.1-01
หากกิจการยังไม่เคยขึ้นทะเบียนนายจ้าง ต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการก่อน
สำนักงานประกันสังคมกำหนด สปส.1-01 เป็นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง
ข้อมูลสำคัญที่อยู่ในแบบประกอบด้วย เช่น
- ชื่อสถานประกอบการ
- ที่อยู่
- เจ้าของกิจการ หุ้นส่วน หรือกรรมการผู้มีอำนาจ
- ประเภทกิจการ
- จำนวนลูกจ้าง
- รายละเอียดเกี่ยวกับค่าจ้าง
3. เตรียมเอกสารสำหรับขึ้นทะเบียนนายจ้าง
เอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันตามประเภทกิจการ
สำหรับกิจการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แบบขึ้นทะเบียนนายจ้างของสำนักงานประกันสังคมระบุเอกสารตรวจสอบ เช่น
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
- ภาพถ่ายสถานประกอบการ
- หลักฐานแสดงตัวของกรรมการผู้มีอำนาจหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ
- หนังสือมอบอำนาจ หากมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
สำหรับเจ้าของกิจการคนเดียวหรือกิจการบางรูปแบบ อาจต้องมีเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ เช่น หนังสือเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เพิ่มเติมด้วย
สำนักงานประกันสังคมยังระบุว่า เอกสารที่ใช้สามารถแตกต่างกันตาม ประเภทกิจการและลักษณะของนายจ้าง จึงควรตรวจสอบเอกสารอีกครั้งก่อนยื่น
4. ขึ้นทะเบียนลูกจ้างด้วย สปส.1-03
หลังจากมีข้อมูลนายจ้างแล้ว ต้องแจ้งลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยแบบ สปส.1-03
แบบดังกล่าวใช้สำหรับข้อมูล เช่น
- ข้อมูลสถานประกอบการ
- ข้อมูลลูกจ้าง
- เลขประจำตัวประชาชน
- วันที่เริ่มงาน
- ประเภทการจ้าง
- ข้อมูลผู้ประกันตน
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาล
และต้องแจ้งภายในระยะเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
5. จัดระบบเงินเดือน
เมื่อมีพนักงานแล้ว กิจการควรมีระบบบันทึกเงินเดือนหรือค่าจ้างให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
ข้อมูลที่ควรเก็บ เช่น
- เงินเดือน
- ค่าจ้าง
- OT ถ้ามี
- โบนัสหรือค่าตอบแทนอื่น
- รายการหัก
- เงินสมทบประกันสังคม
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ยอดจ่ายสุทธิ
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับพนักงาน แต่ยังเป็นเอกสารประกอบการทำบัญชีและภาษีของกิจการด้วย
6. ตรวจสอบภาษีเงินเดือนและ ภ.ง.ด.1
การจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างอาจเกี่ยวข้องกับหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
กรมสรรพากรมีแบบ ภ.ง.ด.1 สำหรับรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเงินได้จากการจ้างแรงงาน และมีระบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
จำนวนภาษีที่ต้องหักไม่ได้หมายความว่าพนักงานทุกคนจะถูกหักเป็นจำนวนเท่ากัน เพราะต้องพิจารณารายได้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องของบุคคลนั้นตามหลักภาษี
เจ้าของกิจการจึงไม่ควรกำหนดตัวเลขภาษีแบบเหมารวมเอง
หากต้องการทำความเข้าใจหลักการเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? บริษัทต้องหักกรณีไหนบ้าง
7. ส่งเงินสมทบประกันสังคมตามรอบ
หลังจากขึ้นทะเบียนเรียบร้อย หน้าที่ของนายจ้างไม่ได้จบลงเพียงครั้งแรก แต่ยังต้องดูแลการนำส่งข้อมูลและเงินสมทบประกันสังคมตามรอบที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานประกันสังคมมีแบบ สปส.1-10 แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ และระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนายจ้าง
ดังนั้นในแต่ละเดือนกิจการควรประสานข้อมูลระหว่าง
เงินเดือน → บัญชี → ภาษี → ประกันสังคม
ให้ตรงกัน
สปส.1-01 กับ สปส.1-03 ต่างกันอย่างไร
เจ้าของธุรกิจเปิดใหม่มักสับสนระหว่างสองแบบนี้
| แบบ | ใช้สำหรับ |
|---|---|
| สปส.1-01 | ขึ้นทะเบียนนายจ้าง |
| สปส.1-03 | ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน |
สำนักงานประกันสังคมมีทั้งสองแบบอยู่ในหมวดแบบฟอร์มกองทุนประกันสังคมอย่างเป็นทางการ
ลองจำง่าย ๆ ว่า
1-01 = นายจ้าง
1-03 = ผู้ประกันตน
แต่ในขั้นตอนจริงอาจมีแบบหรือเอกสารอื่นเพิ่มเติมตามสถานการณ์ของกิจการ
ขึ้นทะเบียนนายจ้างออนไลน์ได้ไหม
สำนักงานประกันสังคมมี e-Self Service ที่รองรับบริการสำหรับนายจ้างและการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 รวมถึงการติดตามสถานะคำขอบางประเภท
อย่างไรก็ตาม ก่อนดำเนินการออนไลน์ควรเตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบ และตรวจสอบช่องทางที่สำนักงานประกันสังคมรองรับในขณะนั้น เนื่องจากระบบและขั้นตอนอิเล็กทรอนิกส์สามารถมีการปรับปรุงได้
ถ้าลูกจ้างลาออกต้องทำอย่างไร
การบริหารประกันสังคมไม่ได้มีเพียงการแจ้งเข้า แต่ต้องแจ้งข้อมูลเมื่อสถานะลูกจ้างเปลี่ยนแปลงด้วย
คำอธิบายในแบบ สปส.1-03 ระบุว่า เมื่อข้อเท็จจริงของผู้ประกันตนเปลี่ยนแปลง เช่น ลาออกหรือถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งสำนักงานประกันสังคมตามแบบและภายในระยะเวลาที่กำหนด
ดังนั้นกิจการควรมีระบบแจ้งฝ่ายบัญชีหรือผู้ดูแลเงินเดือนทันทีเมื่อมี
- พนักงานใหม่
- พนักงานลาออก
- เลิกจ้าง
- เปลี่ยนข้อมูลพนักงาน
- เปลี่ยนค่าจ้าง
- เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่มีผลต่อการยื่นแบบ
เพื่อลดความเสี่ยงจากข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อมูลจริง
บริษัทเปิดใหม่ควรเตรียมเรื่องลูกจ้างตั้งแต่เมื่อไร
ควรเตรียม ก่อนพนักงานเริ่มงาน
โดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังจะรับลูกจ้างคนแรก ควรวางระบบให้พร้อมอย่างน้อย 4 เรื่อง
1. ระบบเอกสารพนักงาน
แยกแฟ้มข้อมูลพนักงานแต่ละคนให้ชัดเจน
2. ระบบเงินเดือน
กำหนดรอบเงินเดือนและวิธีบันทึกข้อมูล
3. ระบบประกันสังคม
รู้ว่าต้องแจ้งเข้า–ออกอย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ
4. ระบบบัญชีและภาษี
แจ้งสำนักงานบัญชีว่ากิจการเริ่มมีพนักงาน เพื่อให้การทำบัญชี ภาษีเงินเดือน และประกันสังคมเชื่อมต่อกัน
สำหรับธุรกิจเพิ่งจัดตั้ง สามารถอ่านเพิ่มเติมที่ บริษัทเปิดใหม่ต้องทำบัญชีอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจ
ข้อผิดพลาดที่นายจ้างมือใหม่พบบ่อย
รอให้ผ่านทดลองงานก่อนจึงแจ้งประกันสังคม
ไม่ควรใช้ช่วงทดลองงานเป็นเหตุให้ละเลยกำหนดเวลาของประกันสังคม ควรพิจารณาจากสถานะการเป็นลูกจ้างและวันที่เริ่มงานจริง โดยสำนักงานประกันสังคมกำหนดกรอบแจ้งผู้ประกันตนไว้ 30 วัน
ไม่แจ้งสำนักงานบัญชีว่ามีพนักงานใหม่
ทำให้ข้อมูลเงินเดือน ภาษี และประกันสังคมอาจไม่ตรงกัน
ไม่มีเอกสารแสดงวันที่เริ่มงาน
วันที่เริ่มงานเป็นข้อมูลสำคัญในการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน จึงควรบันทึกไว้ให้ชัดเจน
คิดว่าไม่มีภาษีเงินเดือนจึงไม่ต้องทำเอกสารอะไร
แม้ผลการคำนวณภาษีของพนักงานบางรายอาจแตกต่างกัน แต่กิจการยังควรมีข้อมูลเงินเดือนและตรวจสอบหน้าที่ด้านภาษีตามจริง
แจ้งออกจากประกันสังคมล่าช้า
หากพนักงานลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ควรแจ้งผู้ดูแลทันทีเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามกำหนดของสำนักงานประกันสังคม
เช็กลิสต์เมื่อมีลูกจ้างคนแรก
เจ้าของกิจการสามารถใช้รายการนี้ตรวจสอบเบื้องต้นได้
- ตรวจสอบว่าลูกจ้างอยู่ในข่ายผู้ประกันตนหรือไม่
- เตรียมข้อมูลสถานประกอบการ
- เตรียมเอกสารผู้มีอำนาจ
- เตรียมแผนที่และภาพสถานประกอบการตามกรณี
- ขึ้นทะเบียนนายจ้าง สปส.1-01
- ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง สปส.1-03
- ดำเนินการภายในกำหนดเวลา
- จัดระบบเงินเดือน
- ตรวจสอบภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- จัดระบบนำส่งเงินสมทบ
- เก็บเอกสารพนักงานให้เป็นระบบ
- แจ้งสำนักงานบัญชีทุกครั้งที่พนักงานเข้า–ออก
แบบ สปส.1-01 และ สปส.1-03 สามารถตรวจสอบได้จากรายการแบบฟอร์มอย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนนายจ้าง
มีพนักงานเพียง 1 คน ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างไหม
หากเป็นลูกจ้างที่อยู่ในข่ายประกันสังคม กิจการควรดำเนินการขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง ไม่จำเป็นต้องรอให้มีพนักงานหลายคน โดยสำนักงานประกันสังคมมีระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 สำหรับนายจ้างโดยตรง
ต้องรอให้ลูกจ้างผ่านทดลองงานก่อนหรือไม่
ไม่ควรรอโดยอัตโนมัติ หากบุคคลนั้นมีสถานะเป็นลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียน ควรยึดวันที่เริ่มงานและกรอบเวลาของสำนักงานประกันสังคม โดย สปส.1-03 ระบุให้แจ้งภายใน 30 วัน
สปส.1-01 คืออะไร
คือแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างของสำนักงานประกันสังคม ใช้บันทึกข้อมูลสถานประกอบการและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับนายจ้าง
สปส.1-03 คืออะไร
คือแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน ใช้แจ้งข้อมูลลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม
เอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างมีอะไรบ้าง
ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ สำหรับนิติบุคคล สำนักงานประกันสังคมระบุเอกสารตรวจสอบ เช่น แผนที่และภาพสถานประกอบการ หลักฐานผู้มีอำนาจ และหนังสือมอบอำนาจในกรณีมอบหมายบุคคลอื่น
ขึ้นทะเบียนนายจ้างออนไลน์ได้ไหม
สำนักงานประกันสังคมมีระบบ e-Self Service สำหรับนายจ้างและการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน แต่ควรตรวจสอบบริการและขั้นตอนปัจจุบันในระบบก่อนดำเนินการ
มีลูกจ้างแล้ว งานบัญชีรายเดือนเปลี่ยนอย่างไร
เมื่อกิจการเริ่มมีพนักงาน ปริมาณงานบัญชีรายเดือนมักเพิ่มขึ้น เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีของพนักงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
ดังนั้นเวลาขอ ค่าทำบัญชีรายเดือน ควรแจ้งจำนวนพนักงานให้สำนักงานบัญชีทราบด้วย
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่าทำบัญชีรายเดือนคิดอย่างไร? รายการบัญชีมีผลต่อราคาอย่างไร
และหากต้องการทราบว่าสำนักงานบัญชีสามารถช่วยดูแลเรื่องใดได้บ้าง อ่านต่อได้ที่ สำนักงานบัญชีทำอะไรให้บ้าง? ก่อนจ้างควรรู้อะไร
Srithon Accounting มีบริการขึ้นทะเบียนนายจ้างหรือไม่
Srithon Accounting มีแพ็กเกจสำหรับงาน ขึ้นทะเบียนนายจ้าง โดยข้อมูลบริการที่คุณกำหนดไว้สำหรับ PLAN D ครอบคลุมการขึ้นทะเบียนนายจ้าง พร้อมขอรหัสสำหรับยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนประกันสังคม
บริการลักษณะนี้เหมาะกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่เริ่มมีลูกจ้างและต้องการให้มีผู้ช่วยดำเนินการด้านเอกสาร
รายละเอียดและเงื่อนไขควรสอบถามทีมงานอีกครั้งก่อนใช้บริการ เนื่องจากเอกสารและขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและสถานะของลูกจ้าง
สรุป มีลูกจ้างคนแรกควรจัดการทะเบียนนายจ้างตั้งแต่เริ่มงาน
เมื่อธุรกิจมี ลูกจ้างคนแรก สิ่งที่เจ้าของกิจการควรทำคือไม่ปล่อยให้งานประกันสังคมและเงินเดือนเป็นเรื่องที่ค่อยจัดการภายหลัง
ควรเริ่มจาก
ขึ้นทะเบียนนายจ้าง → แจ้งลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน → จัดระบบเงินเดือน → ตรวจสอบภาษี → ส่งข้อมูลประกันสังคมเป็นประจำ
โดยแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สปส.1-03 กำหนดให้แจ้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
หากไม่แน่ใจว่ากิจการต้องเตรียมเอกสารอะไร สามารถนำรายละเอียดบริษัท วันที่เริ่มงานของลูกจ้าง จำนวนพนักงาน และข้อมูลค่าจ้างมาปรึกษากับ Srithon Accounting เพื่อช่วยตรวจสอบขั้นตอนเบื้องต้นได้
ติดต่อ Srithon Accounting
- ที่อยู่: 342 ถนนธรรมนูญวิถี ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110 (สำนักงานใหญ่)
- โทรศัพท์: 061 789 9491
- เวลาทำการ: 08.00-17.00 น.
- LINE: @srithonaccounting
- E-mail: srithon.office@gmail.com
- Facebook: ศรีธร ที่ปรึกษาการเงินและการบัญชี by Srithon Accounting
- TikTok: srithonaccounting
- เว็บไซต์: www.srithonaccounting.com





