
เมื่อเปิดบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หน้าที่สำคัญไม่ได้มีเพียงการออกใบกำกับภาษีหรือยื่นภาษีรายเดือน แต่ยังต้องสรุปผลประกอบการและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย โดยแบบที่ผู้ประกอบการมักพบคือ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
แม้ทั้งสองแบบเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนกัน แต่ใช้คนละช่วงเวลาและมีวิธีคำนวณต่างกัน กล่าวอย่างง่ายคือ ภ.ง.ด.50 เป็นแบบภาษีสิ้นปีจากผลประกอบการจริง ส่วน ภ.ง.ด.51 เป็นแบบภาษีครึ่งปี ซึ่งโดยทั่วไปคำนวณจากประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี
บทความนี้อธิบายว่า ภ.ง.ด.50 คืออะไร ใครมีหน้าที่ยื่น ต้องยื่นเมื่อไร คำนวณอย่างไร และแตกต่างจาก ภ.ง.ด.51 ในประเด็นใดบ้าง
หัวข้อ
ภ.ง.ด.50 คืออะไร?
ภ.ง.ด.50 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ใช้รายงานรายได้ รายจ่าย กำไรสุทธิทางบัญชี รายการปรับปรุงทางภาษี และภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระเมื่อสิ้นรอบบัญชี
ยอดที่นำมายื่นต้องมาจากผลประกอบการจริงของกิจการตลอดรอบระยะเวลาบัญชี ไม่ใช่ประมาณการล่วงหน้า โดยกิจการต้องปิดบัญชี จัดทำงบการเงิน และปรับปรุงกำไรทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษีตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากรก่อนคำนวณภาษี
ภ.ง.ด.50 จึงไม่ใช่เพียงแบบแจ้งยอดกำไร แต่เป็นการสรุปภาระภาษีของกิจการทั้งรอบบัญชี โดยนำภาษีที่ชำระหรือถูกหักไว้ระหว่างปีมาพิจารณาหักออกตามสิทธิ
ใครมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50?
โดยทั่วไป ผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50 คือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ เช่น
- บริษัทจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
- บริษัทมหาชนจำกัด
- นิติบุคคลอื่นที่อยู่ในหลักเกณฑ์การเสียภาษีจากกำไรสุทธิ
สำหรับนิติบุคคลบางประเภทหรือกิจการที่มีวิธีคำนวณภาษีเฉพาะ อาจต้องใช้แบบอื่น เช่น ภ.ง.ด.52 หรือ ภ.ง.ด.55 จึงควรตรวจประเภทนิติบุคคลและลักษณะรายได้ก่อนเลือกแบบ
บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 หรือไม่?
ยังต้องยื่น แม้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะไม่มีรายได้ ไม่มีการขาย หรือมีผลขาดทุนในรอบบัญชีนั้น
กรมสรรพากรระบุว่าบริษัทที่ไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการยังมีหน้าที่จัดทำงบการเงินและยื่น ภ.ง.ด.50 เพราะหน้าที่ในการยื่นแบบเกิดจากสถานะของนิติบุคคล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าปีนั้นมีกำไรหรือมีภาษีต้องชำระหรือไม่
กรณีไม่มีรายได้ กิจการอาจยังมีรายการทางบัญชี เช่น
- ค่าธรรมเนียมธนาคาร
- ค่าทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี
- ค่าเช่าสำนักงาน
- ค่าบริการระบบหรือโปรแกรม
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
- ทุนและเงินให้กู้ยืมจากกรรมการหรือหุ้นส่วน
ดังนั้น การไม่มีรายได้ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยบัญชีว่างหรือไม่จัดทำงบการเงินได้
ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นเมื่อไร?
ภ.ง.ด.50 ต้องยื่น ภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
ตัวอย่างเช่น หากกิจการมีรอบบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม จะต้องนับกำหนดเวลา 150 วันต่อจากวันที่ 31 ธันวาคม ไม่ควรจำเพียงว่า “ยื่นเดือนพฤษภาคม” เพราะวันครบกำหนดอาจเปลี่ยนตามปี วันหยุดราชการ และช่องทางการยื่นแบบ
หากรอบบัญชีของกิจการไม่ได้สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ต้องนับ 150 วันจากวันสิ้นรอบบัญชีจริงของกิจการนั้น
การยื่นผ่านระบบ e-Filing อาจได้รับสิทธิขยายเวลาตามประกาศของกรมสรรพากรที่ใช้บังคับในช่วงนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบปฏิทินภาษีอากรประจำปี ไม่ควรนำจำนวนวันที่เคยได้รับขยายในปีก่อนมาใช้โดยไม่ตรวจสอบ
ภ.ง.ด.50 คำนวณจากอะไร?
ภ.ง.ด.50 โดยทั่วไปคำนวณภาษีจาก กำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่กำไรที่เห็นในงบกำไรขาดทุนโดยตรงทุกกรณี
กระบวนการคำนวณโดยสรุปมีดังนี้
- สรุปรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ
- ปิดบัญชีและหากำไรหรือขาดทุนสุทธิทางบัญชี
- ปรับปรุงรายการตามเงื่อนไขทางภาษี
- คำนวณกำไรสุทธิทางภาษี
- นำกำไรสุทธิทางภาษีไปคำนวณภาษีตามอัตราที่กิจการมีสิทธิใช้
- หักภาษีที่ชำระไว้ครึ่งปี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเครดิตภาษีที่ใช้ได้
- ชำระภาษีเพิ่มเติมหรือขอคืนภาษีตามผลการคำนวณ
สูตรพื้นฐานสามารถสรุปได้ว่า
กำไรสุทธิทางบัญชี
บวก รายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงเพิ่ม
หัก รายการที่กฎหมายอนุญาตและรายการปรับปรุงลด
เท่ากับ กำไรสุทธิทางภาษี
จากนั้นจึงนำกำไรสุทธิทางภาษีไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีต่างกันอย่างไร?
กำไรทางบัญชีเป็นผลต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายที่บันทึกตามหลักบัญชี ส่วนกำไรทางภาษีต้องคำนวณภายใต้เงื่อนไขของประมวลรัษฎากร
ค่าใช้จ่ายบางรายการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่อาจนำมาหักภาษีไม่ได้ทั้งหมด เช่น
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้น
- รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ
- รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ
- ค่าปรับทางอาญาหรือค่าปรับภาษีบางประเภท
- รายจ่ายที่กำหนดจำนวนผู้รับไม่ได้
- ค่าเสื่อมราคาที่คำนวณเกินหลักเกณฑ์
- รายจ่ายที่มีเงื่อนไขต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่กิจการดำเนินการไม่ถูกต้อง
หากนำกำไรทางบัญชีไปคูณอัตราภาษีทันทีโดยไม่ปรับปรุงรายการ อาจทำให้คำนวณภาษีผิดและมีความเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
ภาษีที่ชำระระหว่างปีนำมาหักใน ภ.ง.ด.50 ได้หรือไม่?
ภาษีบางรายการที่ชำระหรือถูกหักไว้ระหว่างปีสามารถนำมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีสิ้นปีได้ เช่น
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีตาม ภ.ง.ด.51
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าหักจากกิจการ
- เครดิตภาษีอื่นที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ตัวอย่างเช่น บริษัทคำนวณภาษีสิ้นปีได้ 100,000 บาท เคยชำระ ภ.ง.ด.51 ไว้ 30,000 บาท และมีหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายรวม 20,000 บาท หากเครดิตทั้งหมดถูกต้อง บริษัทอาจเหลือภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 50,000 บาท
หากเครดิตภาษีมากกว่าภาษีที่คำนวณได้ กิจการอาจมีภาษีชำระเกินและเลือกดำเนินการตามสิทธิ แต่ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบ เพราะการขอคืนอาจนำไปสู่การตรวจสอบรายละเอียดรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เอกสารที่ใช้จัดทำและยื่น ภ.ง.ด.50
เอกสารที่ควรเตรียมไม่ได้มีเพียงงบการเงิน แต่ควรครอบคลุมรายการตลอดรอบบัญชี ได้แก่
- งบทดลองและบัญชีแยกประเภท
- งบแสดงฐานะการเงิน
- งบกำไรขาดทุน
- รายละเอียดประกอบงบการเงิน
- รายงานของผู้สอบบัญชีหรือผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามกรณี
- รายงานสินค้าคงเหลือ
- ทะเบียนทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อมราคา
- รายละเอียดลูกหนี้และเจ้าหนี้
- รายการเงินกู้ยืมกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- หลักฐานการยื่นและชำระ ภ.ง.ด.51
- รายละเอียดรายจ่ายต้องห้าม
- เอกสารสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- แบบภาษีรายเดือนที่ยื่นไว้ระหว่างปี
ข้อมูลจากแบบภาษีรายเดือน บัญชี และงบการเงินควรสอดคล้องกัน หากยอดขายในบัญชีไม่สัมพันธ์กับ ภ.พ.30 หรือยอดค่าจ้างไม่สัมพันธ์กับแบบภาษีเงินเดือน กิจการควรหาสาเหตุและแก้ไขก่อนยื่นแบบสิ้นปี
ภ.ง.ด.51 คืออะไร?
ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าเกณฑ์ต้องยื่นพร้อมชำระภาษีภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของช่วง 6 เดือนแรกของรอบบัญชี
สำหรับกิจการทั่วไป การคำนวณมักเริ่มจากประมาณการกำไรสุทธิทั้งรอบบัญชี แล้วนำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิมาคำนวณภาษีตามหลักเกณฑ์
ตัวอย่างเช่น กิจการคาดว่าทั้งปีจะมีกำไรสุทธิทางภาษี 1,000,000 บาท ฐานที่ใช้เริ่มคำนวณภาษีครึ่งปีโดยทั่วไปคือกึ่งหนึ่งของประมาณการดังกล่าว หรือ 500,000 บาท ก่อนนำไปคำนวณตามอัตราภาษีที่กิจการมีสิทธิใช้และหักเครดิตที่เกี่ยวข้อง
กิจการบางประเภท เช่น บริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ หรือกิจการที่กฎหมายกำหนด อาจต้องคำนวณจากกำไรสุทธิจริงของช่วง 6 เดือนแรก ไม่ได้ใช้วิธีประมาณการเหมือนกิจการทั่วไป
ภ.ง.ด.50 ต่างจาก ภ.ง.ด.51 อย่างไร?
| ประเด็น | ภ.ง.ด.50 | ภ.ง.ด.51 |
|---|---|---|
| ช่วงเวลาที่ใช้ | สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี | ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี |
| ฐานข้อมูล | ผลประกอบการจริงทั้งรอบบัญชี | โดยทั่วไปใช้ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี |
| กำหนดยื่น | ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี | ภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของช่วง 6 เดือนแรก |
| ลักษณะภาษี | สรุปภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งปี | ชำระภาษีล่วงหน้าระหว่างปี |
| งบการเงิน | ใช้ข้อมูลจากการปิดบัญชีและงบการเงินสิ้นปี | โดยทั่วไปยังไม่ใช่งบการเงินสิ้นปี |
| เครดิตภาษี | นำภาษีครึ่งปีและภาษีถูกหักไว้มาหักได้ตามสิทธิ | ภาษีที่ชำระจะนำไปเป็นเครดิตใน ภ.ง.ด.50 |
| ความเสี่ยงสำคัญ | รายได้ตกหล่น รายจ่ายต้องห้าม และเครดิตภาษีไม่ครบ | ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินเกณฑ์โดยไม่มีเหตุอันสมควร |
กล่าวให้เข้าใจง่ายที่สุด:
- ภ.ง.ด.51 = คำนวณและชำระภาษีช่วงครึ่งปี
- ภ.ง.ด.50 = สรุปภาษีจากผลประกอบการจริงเมื่อจบปี
ภาษีที่ชำระตาม ภ.ง.ด.51 ไม่ได้หายไป แต่สามารถนำมาเป็นเครดิตหักจากภาษีใน ภ.ง.ด.50 ตามหลักเกณฑ์
ตัวอย่างเปรียบเทียบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
สมมติบริษัทมีรอบบัญชีวันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม และประมาณการว่าตลอดปีจะมีกำไรสุทธิ 800,000 บาท
ตอนยื่น ภ.ง.ด.51 บริษัทนำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิ คือ 400,000 บาท ไปคำนวณภาษีตามอัตราที่บริษัทมีสิทธิใช้ สมมติคำนวณแล้วมีภาษีครึ่งปีต้องชำระ 30,000 บาท
เมื่อสิ้นปี บริษัทปิดบัญชีแล้วพบว่ามีกำไรสุทธิทางภาษีจริง 900,000 บาท และคำนวณภาษีทั้งปีได้ 90,000 บาท บริษัทสามารถนำภาษี ภ.ง.ด.51 จำนวน 30,000 บาท รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ใช้สิทธิได้ มาหักออกจากภาษีสิ้นปี
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของแบบทั้งสอง ไม่ใช่อัตราภาษีจริงสำหรับทุกกิจการ เพราะกิจการแต่ละแห่งอาจมีสิทธิใช้อัตราและเครดิตภาษีต่างกัน
ภ.ง.ด.51 ประมาณการกำไรต่ำเกินไปมีผลอย่างไร?
กิจการทั่วไปที่ใช้วิธีประมาณการควรจัดทำประมาณการจากข้อมูลที่สมเหตุสมผล เช่น ยอดขายจริงในช่วงที่ผ่านมา งานที่รอส่งมอบ รายได้ตามสัญญา ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และแนวโน้มธุรกิจ
หากประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร กิจการอาจต้องรับผิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย
สูตรตรวจสอบโดยทั่วไปคือ
(กำไรสุทธิจริง − กำไรสุทธิที่ประมาณการ) × 100 ÷ กำไรสุทธิจริง
การประมาณการต่ำไม่ได้ผิดทุกกรณี หากมีเหตุอันสมควรและมีหลักฐานรองรับ เช่น ยอดขายเปลี่ยนแปลงหลังวันจัดทำประมาณการ ต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือได้รับงานก้อนใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่กิจการควรเก็บข้อมูลที่อธิบายความแตกต่างดังกล่าวไว้
รอบบัญชีแรกต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่?
หากรอบระยะเวลาบัญชีแรกมีระยะเวลาไม่ถึง 12 เดือน โดยทั่วไปกิจการไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบนั้น แต่ยังต้องตรวจข้อเท็จจริงของวันจดทะเบียนและวันสิ้นรอบบัญชี รวมถึงยังมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50 เมื่อสิ้นรอบบัญชีตามกำหนด
ไม่ควรสรุปจากคำว่า “บริษัทเปิดใหม่” เพียงอย่างเดียว เพราะบางกิจการอาจกำหนดรอบบัญชีแรกแตกต่างกัน และอาจมีสถานการณ์เฉพาะที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
ยื่น ภ.ง.ด.50 แล้วต้องยื่นงบการเงินกับ DBD ด้วยหรือไม่?
การยื่น ภ.ง.ด.50 กับกรมสรรพากรและการนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นคนละหน้าที่ แม้ข้อมูลจะเกี่ยวข้องกัน
โดยทั่วไป กิจการต้องดำเนินงานหลายส่วน ได้แก่
- ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงิน
- ให้ผู้สอบบัญชีหรือผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตรวจสอบตามกรณี
- จัดประชุมอนุมัติงบการเงินตามประเภทนิติบุคคล
- นำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing
- ยื่น ภ.ง.ด.50 ผ่านระบบของกรมสรรพากร
การยื่นสำเร็จในระบบหนึ่งไม่ได้หมายความว่าอีกหน้าที่หนึ่งเสร็จแล้ว ผู้ประกอบการควรวางปฏิทินงานแยกกันและตรวจใบรับให้ครบ
ยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้ามีผลอย่างไร?
หากยื่นแบบเกินกำหนด กิจการอาจมีทั้งค่าปรับและเงินเพิ่ม โดยผลจะแตกต่างกันตามระยะเวลาที่ล่าช้าและมีภาษีต้องชำระหรือไม่
หากมีภาษีค้างชำระ อาจต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ ภายใต้เพดานและเงื่อนไขตามกฎหมาย นอกจากนี้ การนำส่งงบการเงินล่าช้าก็อาจมีความรับผิดแยกต่างหาก
หากพบว่ายังไม่ได้ยื่นแบบ ไม่ควรรอให้มีหนังสือแจ้ง ควรรีบตรวจบัญชี คำนวณยอดภาษี และติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาหรือผู้ทำบัญชีเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจัดทำ ภ.ง.ด.50
1. ใช้กำไรในงบการเงินคำนวณภาษีทันที
กิจการไม่ได้ตรวจรายจ่ายต้องห้ามหรือรายการปรับปรุงทางภาษี ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง
2. รายได้ไม่ตรงกับแบบภาษีรายเดือน
ยอดรายได้ในบัญชีอาจไม่สัมพันธ์กับ ภ.พ.30 ภ.ธ.40 หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย จึงควรกระทบยอดและอธิบายส่วนต่างก่อนยื่น
3. หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ครบ
หากไม่มีเอกสารหรือข้อมูลไม่ตรงกับผู้จ่ายเงิน อาจใช้เครดิตภาษีไม่ได้ หรือทำให้การขอคืนล่าช้า
4. บันทึกค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
ค่าใช้จ่ายต้องเกี่ยวข้องกับกิจการ มีหลักฐาน และเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษี ไม่ใช่เพียงชำระออกจากบัญชีธนาคารของบริษัทแล้วจะหักได้ทั้งหมด
5. ไม่ตรวจธุรกรรมกับกรรมการและผู้ถือหุ้น
เงินยืม เงินทดรอง รายการถอนใช้ส่วนตัว หรือทรัพย์สินที่ใช้ร่วมกันควรมีเอกสารและบันทึกบัญชีอย่างเหมาะสม
6. คิดว่าขาดทุนแล้วไม่ต้องยื่นแบบ
แม้ไม่มีภาษีต้องชำระ กิจการยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 และจัดทำงบการเงินตามหน้าที่
7. ยื่น ภ.ง.ด.50 แล้วคิดว่างบการเงินถูกส่งเรียบร้อย
ภ.ง.ด.50 เป็นแบบของกรมสรรพากร ส่วนการนำส่งงบการเงินต่อ DBD เป็นอีกกระบวนการหนึ่ง
Checklist ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50
ก่อนยืนยันการยื่นแบบ ควรตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้
- ปิดบัญชีครบทุกเดือนในรอบบัญชีแล้ว
- บันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายครบถ้วน
- กระทบยอดบัญชีธนาคารแล้ว
- ตรวจยอดลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือแล้ว
- ตรวจทะเบียนทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคาแล้ว
- กระทบยอดรายได้กับแบบ VAT และภาษีอื่นแล้ว
- แยกรายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงภาษีแล้ว
- ตรวจเครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับเอกสารแล้ว
- บันทึกภาษีที่ชำระตาม ภ.ง.ด.51 แล้ว
- ตรวจสิทธิใช้อัตราภาษีของกิจการแล้ว
- งบการเงินผ่านการตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว
- ตรวจชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และรอบบัญชีแล้ว
- เตรียมเงินชำระภาษีและหลักฐานการยื่นแล้ว
- วางแผนนำส่งงบการเงินต่อ DBD แยกจากการยื่นภาษีแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.50
ภ.ง.ด.50 เป็นภาษีของบุคคลธรรมดาหรือไม่?
ไม่ใช่ ภ.ง.ด.50 เป็นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนบุคคลธรรมดาโดยทั่วไปใช้แบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตามประเภทเงินได้
บริษัทขาดทุนต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ไหม?
ต้องยื่น แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องชำระ บริษัทก็ยังต้องรายงานผลประกอบการและปฏิบัติหน้าที่ด้านงบการเงิน
เปิดบริษัทแต่ยังไม่ได้ดำเนินกิจการต้องยื่นหรือไม่?
ต้องยื่นตราบใดที่บริษัทยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลและยังไม่ได้ดำเนินการเลิกพร้อมชำระบัญชีเสร็จสิ้นตามกฎหมาย การหยุดขายชั่วคราวไม่ทำให้หน้าที่การยื่นแบบสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ
ภ.ง.ด.51 ที่ชำระแล้วนำไปหักที่ไหน?
นำไปเป็นเครดิตภาษีในแบบ ภ.ง.ด.50 ของรอบบัญชีเดียวกันตามหลักเกณฑ์ ควรเก็บหลักฐานการยื่นและการชำระไว้ตรวจสอบ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของบริษัทนำมาหักใน ภ.ง.ด.50 ได้ไหม?
นำมาใช้เป็นเครดิตได้เมื่อเป็นภาษีของกิจการในรอบบัญชีนั้นและมีข้อมูลหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ไม่ควรใช้เอกสารที่ชื่อ เลขผู้เสียภาษี หรือรอบรายการไม่ตรงกัน
ยื่น ภ.ง.ด.50 เองได้ไหม?
ยื่นผ่านระบบ e-Filing ได้ แต่การกรอกแบบต้องอาศัยข้อมูลจากบัญชี งบการเงิน และรายการปรับปรุงทางภาษี หากข้อมูลซับซ้อนหรือไม่มั่นใจ ควรให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตรวจสอบก่อนยื่น
ยื่น ภ.ง.ด.50 ผิดสามารถแก้ไขได้หรือไม่?
สามารถดำเนินการยื่นเพิ่มเติมหรือแก้ไขตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร แต่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ให้ครบ ไม่ใช่กรอกเฉพาะส่วนต่าง และอาจมีภาษี เงินเพิ่ม หรือขั้นตอนเพิ่มเติมตามกรณี
สรุป ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
ภ.ง.ด.50 คือแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อสิ้นรอบบัญชี ใช้ข้อมูลจากผลประกอบการจริงและต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี แม้กิจการจะไม่มีรายได้หรือขาดทุนก็ยังต้องยื่น
ส่วน ภ.ง.ด.51 เป็นแบบภาษีครึ่งปี ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของช่วง 6 เดือนแรก โดยกิจการทั่วไปมักคำนวณจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี ภาษีที่ชำระไว้สามารถนำไปเป็นเครดิตใน ภ.ง.ด.50 ได้
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกรอกแบบให้ทันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้รายได้ ค่าใช้จ่าย แบบภาษีรายเดือน งบการเงิน และเครดิตภาษีสอดคล้องกัน การจัดบัญชีตั้งแต่ต้นปีจึงช่วยลดทั้งความผิดพลาด ภาษีที่ชำระเกิน และความเสี่ยงจากการตรวจสอบย้อนหลัง
หากกิจการต้องการตรวจสอบความพร้อมก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 หรือยังไม่แน่ใจว่ารายจ่ายรายการใดหักภาษีได้ สามารถปรึกษา ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีธร การบัญชี เพื่อวางแผนปิดบัญชี ตรวจเอกสาร และจัดทำแบบภาษีให้สัมพันธ์กับงบการเงินของกิจการ
ติดต่อ Srithon Accounting
- ที่อยู่: 342 ถนนธรรมนูญวิถี ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110 (สำนักงานใหญ่)
- โทรศัพท์: 061 789 9491
- เวลาทำการ: 08.00-17.00 น.
- LINE: @srithonaccounting
- E-mail: srithon.office@gmail.com
- Facebook: ศรีธร ที่ปรึกษาการเงินและการบัญชี by Srithon Accounting
- TikTok: srithonaccounting
- เว็บไซต์: www.srithonaccounting.com





