จ้างสำนักงานบัญชีกับพนักงานบัญชี แบบไหนเหมาะกับธุรกิจ?
/
/
จ้างสำนักงานบัญชีกับพนักงานบัญชี แบบไหนเหมาะกับธุรกิจ?
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายรับ รายจ่าย เอกสารภาษี พนักงาน หรือจำนวนรายการค้าเพิ่มขึ้น เจ้าของกิจการมักต้องตัดสินใจว่าจะ จ้างสำนักงานบัญชีภายนอก ให้ช่วยดูแลงาน หรือ จ้างพนักงานบัญชีประจำบริษัท เพื่อทำงานภายในองค์กร

ทั้งสองทางเลือกไม่ได้มีคำตอบว่าแบบไหน “ดีกว่า” ในทุกกรณี เพราะธุรกิจขนาดเล็กที่มีเอกสารไม่กี่สิบรายการต่อเดือน ย่อมมีความต้องการต่างจากกิจการที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก ต้องการรายงานทุกวัน มี Stock หลายคลัง หรือมีฝ่ายบริหารต้องใช้ตัวเลขทางบัญชีประกอบการตัดสินใจตลอดเวลา

นอกจากนี้ บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และสำหรับบริษัทจำกัด กฎหมายกำหนดให้เริ่มจัดทำบัญชีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จึงเป็นเรื่องที่ควรวางระบบตั้งแต่เริ่มกิจการ ไม่ใช่รอจนใกล้ปิดงบแล้วค่อยจัดการย้อนหลัง

บทความนี้จึงจะเปรียบเทียบสำนักงานบัญชีกับพนักงานบัญชี ในมุมที่เจ้าของธุรกิจนำไปตัดสินใจได้จริง ทั้งค่าใช้จ่าย ความรวดเร็ว ความต่อเนื่องของข้อมูล ความเชี่ยวชาญ และรูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับแต่ละทางเลือก

หัวข้อ

สำนักงานบัญชีกับพนักงานบัญชีต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “รูปแบบการจัดทีม”

สำนักงานบัญชี เป็นการใช้บริการจากบุคคลหรือองค์กรภายนอก โดยบริษัทส่งเอกสารและข้อมูลตามรอบที่ตกลงกัน จากนั้นสำนักงานบัญชีจะดำเนินงานตามขอบเขตบริการ เช่น บันทึกบัญชี ยื่นแบบภาษี จัดเตรียมข้อมูลสำหรับปิดงบ หรือให้คำปรึกษา

ส่วน พนักงานบัญชีประจำ เป็นบุคลากรของบริษัทเอง ทำงานอยู่ภายในองค์กร และสามารถเข้าถึงข้อมูลหรือประสานงานกับฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า และฝ่ายบริหารได้โดยตรง

ผู้ทำบัญชียังต้องมีคุณสมบัติตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด โดยหลักเกณฑ์ครอบคลุมทั้งคุณวุฒิทางบัญชี การขึ้นทะเบียนหรือสถานะตามวิชาชีพ และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะคำว่า “มีพนักงานบัญชี” แต่ควรตรวจด้วยว่าผู้รับผิดชอบงานบัญชีมีคุณสมบัติและขอบเขตงานเหมาะกับกิจการหรือไม่


ตารางเปรียบเทียบสำนักงานบัญชีและพนักงานบัญชี

ประเด็นจ้างสำนักงานบัญชีจ้างพนักงานบัญชีประจำ
รูปแบบOutsource ให้ผู้ให้บริการภายนอกบุคลากรประจำในองค์กร
ค่าใช้จ่ายมักคิดตามขอบเขตงาน/จำนวนรายการมีเงินเดือนและต้นทุนการจ้างงานอื่น
การเข้าถึงข้อมูลขึ้นอยู่กับรอบส่งเอกสารเข้าถึงข้อมูลภายในได้รวดเร็วกว่า
ความพร้อมใช้งานต้องประสานงานตามระบบของสำนักงานติดต่อได้ตามเวลาทำงานของบริษัท
ความเชี่ยวชาญอาจมีทีมที่ดูแลงานหลายด้านขึ้นกับความรู้ของพนักงานแต่ละคน
ความต่อเนื่องเมื่อคนลาออกสำนักงานมักมีทีมรองรับบริษัทต้องหาคนทดแทน
รายงานภายในรายวันอาจไม่เหมาะหากต้องการ Real-timeเหมาะกว่า
ธุรกิจขนาดเล็กมักบริหารต้นทุนได้ง่ายอาจยังไม่คุ้มกับทีมบัญชีเต็มเวลา
ธุรกิจซับซ้อนต้องเลือกสำนักงานที่รองรับได้สามารถสร้างทีมเฉพาะทางภายใน
การควบคุมกระบวนการควบคุมผ่าน SLA/ขอบเขตบริการควบคุม Workflow ได้โดยตรง

ตารางนี้เป็นภาพรวมเท่านั้น เพราะคุณภาพจริงขึ้นกับ คนที่ทำงาน ระบบงาน และขอบเขตบริการ มากกว่าชื่อรูปแบบว่าเป็นสำนักงานบัญชีหรือพนักงานประจำเพียงอย่างเดียว


เปรียบเทียบด้านค่าใช้จ่าย

เรื่องค่าใช้จ่ายมักเป็นเหตุผลแรกที่ธุรกิจนำมาเปรียบเทียบ

ค่าใช้จ่ายเมื่อจ้างสำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชีโดยทั่วไปจะประเมินค่าบริการจากปัจจัย เช่น ประเภทกิจการ จำนวนเอกสาร จำนวนรายการซื้อขาย การจด VAT จำนวนพนักงาน Stock และความซับซ้อนของงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง FAQ และแพ็กเกจที่ Srithon Accounting ใช้ในการประเมินบริการ

ข้อดีคือธุรกิจสามารถเลือกระดับบริการตามปริมาณงานได้

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทเพิ่งเปิดและมีรายการไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานหนึ่งคนทำงานเต็มเวลาตลอดทั้งเดือน แต่สามารถใช้บริการสำนักงานบัญชีตามจำนวนรายการจริงได้

Srithon Accounting มีแพ็กเกจงานบัญชีรายเดือนแยกตามจำนวนรายการและประเภทกิจการ เพื่อให้การประเมินต้นทุนสัมพันธ์กับปริมาณงานของธุรกิจมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่าทำบัญชีรายเดือนคิดอย่างไร?

ค่าใช้จ่ายเมื่อจ้างพนักงานบัญชี

การมีพนักงานบัญชีประจำไม่ได้มีเพียงเงินเดือน

กิจการยังต้องพิจารณาต้นทุนของการเป็นนายจ้าง เช่น ระบบเงินเดือน สวัสดิการ สถานที่และอุปกรณ์ทำงาน รวมถึงหน้าที่เกี่ยวกับประกันสังคมตามกรณี

สำนักงานประกันสังคมระบุว่านายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปมีหน้าที่ดำเนินการขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ และการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด

ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบต้นทุน อย่าเปรียบเพียง

ค่าบริการสำนักงานบัญชี vs เงินเดือนพนักงาน

แต่ควรเปรียบ ต้นทุนรวมของแต่ละระบบ


ถ้าดูเฉพาะราคา สำนักงานบัญชีถูกกว่าเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอครับ

หากกิจการมีรายการมาก ต้องการรายงานภายในตลอดเวลา มีหลายสาขา หลายคลังสินค้า หรือมีการประสานงานทางบัญชีเกิดขึ้นทุกวัน การสร้างทีมบัญชีภายในอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ในทางกลับกัน หากธุรกิจยังมีเอกสารไม่มาก และต้องการงานหลักคือจัดทำบัญชี ยื่นภาษี และเตรียมข้อมูลสำหรับงบการเงิน การจ้างพนักงานเต็มเวลาอาจทำให้มี Fixed Cost สูงเกินปริมาณงานจริง

ดังนั้นคำถามที่เหมาะสมกว่า “อะไรถูกกว่า” คือ

ต้นทุนที่จ่ายไปสัมพันธ์กับปริมาณงานและข้อมูลที่ธุรกิจต้องการหรือไม่


ความรวดเร็วในการเรียกดูข้อมูล

จุดนี้พนักงานบัญชีประจำมีข้อได้เปรียบค่อนข้างชัด

หากผู้บริหารถามตอนเช้าว่า

“ลูกหนี้ค้างรับทั้งหมดตอนนี้เท่าไร?”

พนักงานบัญชีที่ทำงานกับระบบบริษัททุกวันอาจสามารถตรวจสอบและจัดทำข้อมูลได้ทันที หากระบบบัญชีเป็นปัจจุบัน

แต่หากใช้สำนักงานบัญชีและบริษัทส่งเอกสารเพียงเดือนละครั้ง ข้อมูลของสำนักงานอาจยังไม่สะท้อนธุรกรรมที่เกิดขึ้นวันนี้

นี่เป็นข้อจำกัดตามธรรมชาติของ Outsource Accounting และเป็นเหตุผลว่าทำไมธุรกิจควรตกลงตั้งแต่ต้นว่า

ต้องการบัญชีเพื่อ Compliance หรือบัญชีเพื่อบริหารแบบ Real-time ด้วย

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

สำนักงานบัญชีอัปเดตข้อมูลรายเดือนได้หรือไม่?

ได้ หากตกลงขอบเขตบริการไว้เช่นนั้น

สำนักงานบัญชีบางแห่งสามารถจัดทำรายงานเป็นรอบรายเดือนหรือทำงานร่วมกับระบบ Cloud Accounting ของลูกค้าได้ แต่ค่าใช้จ่ายและ Workflow ย่อมแตกต่างจากแพ็กเกจที่รับเอกสารเพียงเพื่อบันทึกบัญชีและยื่นภาษี

ดังนั้นก่อนจ้างควรถามให้ชัดว่า หลังส่งเอกสารแล้ว บริษัทจะได้รับรายงานอะไร และได้รับเมื่อไร

ไม่ควรสรุปเองว่าคำว่า “รับทำบัญชีรายเดือน” หมายถึงจะมี Management Report แบบ Real-time ทุกวัน

เปรียบเทียบด้านความเชี่ยวชาญ

สำนักงานบัญชีมักได้เปรียบตรงที่มีบุคลากรหลายคนและพบเคสจากธุรกิจหลายประเภท

หากเกิดคำถามเกี่ยวกับภาษี การจดทะเบียน การปิดงบ หรือเอกสารบางประเภท อาจสามารถส่งต่อให้คนในทีมที่มีประสบการณ์ด้านนั้นช่วยตรวจสอบได้

ในทางกลับกัน พนักงานบัญชีประจำมีข้อได้เปรียบใน ความเข้าใจธุรกิจของบริษัทตัวเอง

หลังจากทำงานกับกิจการมานาน พนักงานอาจรู้ว่า

  • ลูกค้ารายไหนจ่ายช้า
  • สินค้ากลุ่มไหนมีปัญหา
  • Supplier รายใดมีเงื่อนไขพิเศษ
  • ค่าใช้จ่ายแบบไหนเกิดทุกเดือน
  • ฝ่ายใดส่งเอกสารช้า

ความรู้เชิงบริบทเหล่านี้มีคุณค่าต่อ Management Accounting มาก

จึงไม่ควรมองว่าฝ่ายหนึ่ง “เก่งกว่า” อีกฝ่ายเสมอ แต่เป็นความเชี่ยวชาญคนละแบบ

จ้างพนักงานจบใหม่ทำบัญชีได้ไหม?

ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน คือ การทำงานเอกสารภายใน กับ การเป็นผู้ทำบัญชีตามกฎหมาย

พนักงานจบใหม่อาจช่วยงานออก Invoice บันทึกข้อมูล จัดเอกสาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือกระทบยอดธนาคารได้ตามความรู้และการควบคุมขององค์กร แต่ผู้ที่จะรับผิดชอบในฐานะ “ผู้ทำบัญชี” ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ดังนั้นการรับพนักงานบัญชีหนึ่งคนเข้ามาไม่ได้แปลว่าเขาจะสามารถรับผิดชอบงานทุกอย่าง ตั้งแต่เอกสารรายวันจนถึงปิดงบและภาษีทุกประเภทได้ทันที

ควรดูทั้งประสบการณ์ คุณวุฒิ และขอบเขตงานที่ต้องการ

ความเสี่ยงเรื่องพนักงานลาออก

นี่เป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม

หากบริษัทมีพนักงานบัญชีเพียงคนเดียว แล้วพนักงานลาออกกะทันหัน สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ

  • เอกสารอยู่หลายจุด
  • Password ระบบต่าง ๆ ไม่ครบ
  • ไม่ทราบว่างานเดือนล่าสุดถึงขั้นตอนไหน
  • มีรายการค้างที่ยังไม่ได้ตรวจ
  • ผู้รับช่วงงานต้องเรียนรู้ระบบใหม่ทั้งหมด

สำนักงานบัญชีเองก็มีความเสี่ยงเรื่องบุคลากรเช่นกัน แต่สำนักงานที่มีระบบงานเป็นทีมมักสามารถเปลี่ยนผู้ดูแลโดยยังเก็บ Workflow และประวัติงานไว้ในองค์กร

เวลาคัดเลือกสำนักงานจึงควรถามว่า ถ้าผู้ดูแลบัญชีของเราลาออก ใครรับช่วงต่อ

ความลับของข้อมูล แบบไหนปลอดภัยกว่า?

ทั้งสองแบบมีความเสี่ยงได้

พนักงานภายในเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของบริษัทได้โดยตรง ส่วนสำนักงานบัญชีภายนอกต้องได้รับเอกสารของธุรกิจเพื่อทำงาน

จุดที่ควรพิจารณาจึงไม่ใช่เพียง “ข้อมูลอยู่ข้างในหรือข้างนอก” แต่ควรดูระบบ เช่น

  • สิทธิ์การเข้าถึง
  • การตั้ง Password
  • การสำรองข้อมูล
  • การส่งเอกสาร
  • การกำหนดผู้รับผิดชอบ
  • การเก็บต้นฉบับ
  • การยกเลิกสิทธิ์เมื่อบุคลากรพ้นสภาพ

บริษัทที่ใช้พนักงานภายในแต่ไม่มีระบบ Access Control ก็อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าสำนักงานบัญชีที่มีระบบรักษาข้อมูลชัดเจนได้เช่นกัน

ความต่อเนื่องในการยื่นภาษีและปฏิบัติตามกำหนดเวลา

งานบัญชีของนิติบุคคลเกี่ยวข้องกับการดำเนินการหลายรอบ เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกรณีของกิจการ

กรมสรรพากรยังมีแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบบัญชี และ ภ.ง.ด.51 สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

หากมีพนักงานบัญชีประจำ บริษัทต้องสร้าง Calendar และระบบติดตามงานเอง

หากใช้สำนักงานบัญชี งานบางส่วนสามารถอยู่ในขอบเขตที่สำนักงานติดตามให้ แต่บริษัทก็ยังต้องส่งเอกสารให้ทัน เพราะสำนักงานบัญชีไม่สามารถยื่นข้อมูลที่ถูกต้องได้หากไม่ได้รับข้อมูลจากกิจการ

ดังนั้นไม่ว่าจ้างแบบไหน เจ้าของกิจการยังต้องมีระบบเอกสารภายในของตัวเอง

สิ่งที่สำนักงานบัญชีทำแทนเจ้าของกิจการไม่ได้

การ Outsource บัญชีไม่ได้หมายความว่าเจ้าของไม่ต้องสนใจเอกสารเลย

ธุรกิจยังเป็นต้นทางของข้อมูล เช่น

  • ยอดขายจริง
  • เงินที่รับจากลูกค้า
  • รายการซื้อสินค้า
  • Stock
  • เงินเดือน
  • สัญญา
  • เงินที่กรรมการยืมหรือสำรองจ่าย
  • ธุรกรรมที่ไม่มีคำอธิบายจาก Statement

หน้าที่ของผู้ทำบัญชีคือจัดทำบัญชีจากข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สะท้อนผลการดำเนินงานและฐานะการเงินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเอกสารประกอบการลงบัญชีจึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ

ถ้าเอกสารต้นทางผิดหรือขาด ต่อให้สำนักงานบัญชีมีประสบการณ์มากก็ไม่สามารถรู้ข้อเท็จจริงแทนบริษัทได้ทั้งหมด

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับการจ้างสำนักงานบัญชี?

โดยทั่วไป การใช้สำนักงานบัญชีเหมาะกับธุรกิจที่ยังไม่จำเป็นต้องมี Accounting Department เต็มรูปแบบ เช่น บริษัทเปิดใหม่ SME ร้านค้า ธุรกิจบริการ หรือกิจการที่มีจำนวนเอกสารในระดับที่สามารถส่งเป็นรอบได้

โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการให้คนอื่นช่วยดูแล

  • การจัดทำบัญชี
  • การยื่นภาษี
  • การติดตามเอกสาร
  • การเตรียมปิดงบ
  • งานทะเบียนบางประเภท
  • คำแนะนำด้านบัญชีและภาษี

และเจ้าของต้องการใช้เวลาไปกับงานขาย การตลาด การบริการลูกค้า หรือการบริหารกิจการ

หากเป็นบริษัทเปิดใหม่ สามารถอ่านต่อที่ บริษัทเปิดใหม่ต้องทำบัญชีอะไรบ้าง?

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับพนักงานบัญชีประจำ?

พนักงานบัญชีภายในเริ่มมีความเหมาะสมมากขึ้นเมื่อธุรกิจมีการทำงานทางบัญชีเกิดขึ้นแทบตลอดวัน เช่น

  • บริษัทมีรายการซื้อขายจำนวนมาก
  • มีหลายแผนก
  • ต้องออกเอกสารจำนวนมาก
  • มีลูกหนี้และเจ้าหนี้จำนวนมาก
  • ต้องติดตาม Stock อย่างใกล้ชิด
  • ผู้บริหารต้องการรายงานทางการเงินบ่อย
  • ต้องประสานงานกับฝ่ายอื่นตลอดเวลา

ธุรกิจลักษณะนี้ไม่ได้ต้องการเพียง “คนยื่นภาษี” แต่ต้องการบุคลากรบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของ Operation

แล้วกิจการที่มีข้อมูลเยอะมากควรมีพนักงานบัญชีคนเดียวไหม?

อาจไม่พอ

เมื่อธุรกิจใหญ่ขึ้น งานบัญชีสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น

  • Accounts Receivable
  • Accounts Payable
  • General Ledger
  • Cost Accounting
  • Payroll
  • Tax
  • Financial Reporting

ดังนั้นบริษัทที่มีธุรกรรมจำนวนมากอาจต้องเริ่มสร้าง “ทีมบัญชี” ไม่ใช่พนักงานบัญชีคนเดียวทำทุกอย่าง

และในหลายองค์กร แม้จะมีทีมบัญชีภายในแล้ว ก็ยังใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือสำนักงานภายนอกช่วยบางเรื่องอยู่

ทางเลือกที่ 3: มีพนักงานบัญชีภายใน + ใช้สำนักงานบัญชี

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเลือกแบบใดแบบหนึ่ง 100%

โมเดล Hybrid เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

ตัวอย่างเช่น พนักงานบริษัทดูแล

  • เอกสารขาย
  • เอกสารซื้อ
  • ลูกหนี้
  • เจ้าหนี้
  • Stock
  • การรับเงิน
  • การจ่ายเงิน

ขณะที่สำนักงานบัญชีช่วย

  • Review ข้อมูล
  • ดูแลภาษี
  • ตรวจรายการ
  • ให้คำปรึกษา
  • เตรียมปิดงบ
  • ประสานงานกับผู้สอบบัญชีตามขอบเขตงาน

รูปแบบนี้เหมาะกับบริษัทที่เริ่มโต แต่ยังไม่ต้องการสร้างทีมบัญชีขนาดใหญ่ทั้งหมดภายในองค์กร

7 คำถามที่ควรถามก่อนเลือก

ก่อนตัดสินใจระหว่างสำนักงานบัญชีกับพนักงานบัญชี ให้ดูจากธุรกิจของตัวเองมากกว่าดูจากธุรกิจคนอื่น โดยถามว่า

  1. เดือนหนึ่งมีเอกสารและรายการประมาณกี่รายการ?
  2. ต้องการข้อมูลบัญชีเร็วระดับไหน—รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน?
  3. มี Stock ซับซ้อนหรือไม่?
  4. มีพนักงานและงาน Payroll มากแค่ไหน?
  5. เจ้าของต้องการ Management Report บ่อยเพียงใด?
  6. งบประมาณต่อเดือนสำหรับฝ่ายบัญชีอยู่ที่เท่าไร?
  7. หากคนดูแลบัญชีหยุดงานหรือลาออก ธุรกิจมีแผนสำรองหรือไม่?

คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายกว่าการถามว่า “บริษัทอื่นใช้แบบไหน”

ตัวอย่างสถานการณ์

บริษัทเปิดใหม่ มีเอกสาร 20–30 รายการต่อเดือน

โดยทั่วไปยังไม่จำเป็นต้องมีพนักงานบัญชีประจำเต็มเวลา หากกระบวนการซื้อขายไม่ซับซ้อน การใช้สำนักงานบัญชีร่วมกับการจัดเอกสารภายในที่ดีอาจตอบโจทย์กว่า

ร้านค้าหรือบริษัทขายสินค้า มี Stock จำนวนมาก

หากต้องรับสินค้า ขายสินค้า โอนคลัง และตรวจยอดทุกวัน อาจต้องมีคนภายในดูแล Stock และเอกสาร แม้งานบัญชีและภาษีบางส่วนจะยัง Outsource อยู่ก็ตาม

บริษัทมี Invoice หลายร้อยรายการและต้องตามหนี้ทุกวัน

พนักงานบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ AR ภายในจะช่วยให้ติดตามลูกหนี้ได้รวดเร็วกว่า หากส่งข้อมูลให้สำนักงานเพียงเดือนละครั้ง

บริษัทขนาดกลาง มีทีมบัญชีอยู่แล้ว

สำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาภายนอกยังสามารถช่วย Review งาน ภาษี หรือเรื่องเฉพาะทางได้ ไม่จำเป็นต้องยกเลิกการใช้ผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมด

สำนักงานบัญชีและพนักงานบัญชี แบบไหนเหมาะกว่ากัน?

สรุปอย่างง่ายคือ

  • เลือกสำนักงานบัญชี หากธุรกิจต้องการควบคุม Fixed Cost ปริมาณรายการยังไม่มาก ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูล Real-time ตลอดวัน และต้องการผู้ช่วยดูแลงานบัญชี/ภาษีตามรอบ
  • เลือกพนักงานบัญชีประจำ หากธุรกรรมเกิดขึ้นตลอดวัน ต้องประสานหลายฝ่าย ต้องติดตามลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือ Stock แบบต่อเนื่อง และผู้บริหารต้องการข้อมูลเร็ว
  • เลือกแบบ Hybrid หากกิจการเริ่มใหญ่ขึ้น ต้องการคนภายในทำ Operation แต่ยังต้องการทีมภายนอกช่วยด้าน Review ภาษี หรือการปิดงบ

อย่าเลือกจาก “ราคา” เพียงอย่างเดียว

ค่าบริการต่ำที่สุดไม่ได้หมายความว่าคุ้มที่สุด และพนักงานที่เงินเดือนสูงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับธุรกิจเสมอ

ให้เปรียบเทียบสิ่งที่ธุรกิจได้รับจริง เช่น

  • ความเร็ว
  • ความถูกต้อง
  • ขอบเขตงาน
  • ระบบสำรอง
  • ความสามารถในการตอบคำถาม
  • รายงานที่ได้รับ
  • ความเข้าใจธุรกิจ
  • ความพร้อมเมื่องานเพิ่มขึ้น

ก่อนตัดสินใจใช้สำนักงานบัญชี สามารถอ่านต่อที่ สำนักงานบัญชีทำอะไรให้บ้าง? ก่อนจ้างควรรู้อะไร ซึ่งเป็นบทความอีกหน้าหนึ่งใน Accounting Cluster ของเว็บไซต์

นอกจากนี้เว็บไซต์มีบทความ เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไร อยู่แล้ว จึงควรใช้บทความดังกล่าวเป็นหน้าต่อสำหรับคนที่ตัดสินใจเลือก Outsource หลังอ่าน Comparison นี้


คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจเล็กจำเป็นต้องมีพนักงานบัญชีประจำหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากปริมาณงานยังไม่มาก ธุรกิจสามารถจัดเอกสารภายในและใช้สำนักงานบัญชีภายนอกได้ สิ่งสำคัญคือบริษัทต้องมีผู้ทำบัญชีและระบบบัญชีที่เป็นไปตามหน้าที่ของกิจการตามกฎหมาย

สำนักงานบัญชีสามารถทำงานแทนพนักงานบัญชีทั้งหมดได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับขอบเขตบริการ งาน Compliance เช่น บันทึกบัญชีและภาษีสามารถ Outsource ได้หลายส่วน แต่ Operation ภายใน เช่น ออกเอกสาร ติดตามลูกหนี้ ตรวจ Stock หรืออนุมัติจ่าย ยังต้องมีผู้รับผิดชอบในกิจการ

มีพนักงานบัญชีแล้ว ยังต้องใช้สำนักงานบัญชีไหม?

ไม่จำเป็นทุกธุรกิจ แต่สามารถใช้ร่วมกันได้ หากต้องการทีมภายนอกช่วย Review ภาษี ให้คำปรึกษา หรือดูแลงานเฉพาะด้าน

พนักงานบัญชีกับผู้สอบบัญชีคือคนเดียวกันหรือไม่?

ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นบทบาทเดียวกัน ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี ส่วนการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินเป็นงานของผู้สอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแยกบทบาทและคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีไว้โดยเฉพาะ

สำนักงานบัญชีคิดค่าบริการจากอะไร?

โดยทั่วไปขึ้นกับปริมาณและความซับซ้อนของงาน เช่น จำนวนรายการ เอกสาร VAT พนักงาน Stock และ Scope ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวกับที่ Srithon Accounting ใช้ในการประเมินงานบัญชี

ถ้าธุรกิจโตขึ้น สามารถเปลี่ยนจากสำนักงานบัญชีเป็นทีมบัญชีภายในได้ไหม?

ได้ และบางกิจการเลือกเปลี่ยนเป็น Hybrid ก่อน โดยสร้างทีม Operation ภายในแล้วให้สำนักงานบัญชีช่วยงาน Review หรือ Compliance ต่อไป

สรุป

การเลือกระหว่างจ้างสำนักงานบัญชีและจ้างพนักงานบัญชี ควรพิจารณาจากขนาดธุรกิจ ปริมาณรายการ ความเร็วของข้อมูลที่ต้องการ ความซับซ้อนของ Stock/ลูกหนี้/เจ้าหนี้ และงบประมาณที่สามารถรองรับได้

ธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทเปิดใหม่มักได้ประโยชน์จากสำนักงานบัญชี เพราะสามารถใช้บริการตามขอบเขตโดยไม่จำเป็นต้องสร้างทีมเต็มรูปแบบตั้งแต่วันแรก

เมื่อธุรกิจเติบโตและต้องการข้อมูลภายในอย่างรวดเร็ว การมีพนักงานบัญชีประจำหรือทีมบัญชีจะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น

และเมื่อธุรกิจอยู่ตรงกลางระหว่างสองช่วง การใช้ พนักงานภายใน + สำนักงานบัญชีภายนอก ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมได้เช่นกัน

หากยังไม่แน่ใจว่าปริมาณงานของกิจการเหมาะกับรูปแบบใด สามารถติดต่อ Srithon Accounting เพื่อแจ้งประเภทกิจการ จำนวนเอกสาร จำนวนรายการค้า พนักงาน และลักษณะธุรกิจให้ทีมงานประเมินขอบเขตงานบัญชีเบื้องต้นได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และหน้าที่ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี.
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี.
  • กรมสรรพากร. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51.
  • สำนักงานประกันสังคม. การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน

ติดต่อ Srithon Accounting

<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

สำนักงานบัญชีหาดใหญ่ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

บทความความรู้เรื่อง สำนักงานบัญชีหาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบการ ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท หมายถึงอะไร? เจ้าของธุรกิจควรรู้อะไร

บทความความรู้เรื่อง ทุนจดทะเบียน 1 ล้าน สำหรับผู้ประกอบการ โ...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

บริษัทกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

บทความความรู้เรื่อง บริษัท vs ห้างหุ้นส่วน สำหรับผู้ประกอบกา...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

DBD e-Filing คืออะไร? บริษัทเปิดใหม่ต้องใช้งานอย่างไร

บทความความรู้เรื่อง e-Filing DBD สำหรับผู้ประกอบการ โดย Srit...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

ปิดงบการเงินคืออะไร? บริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

บทความความรู้เรื่อง ปิดงบการเงิน สำหรับผู้ประกอบการ โดย Srit...
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

ขึ้นทะเบียนนายจ้างเมื่อไร? มีลูกจ้างคนแรกต้องทำอะไรบ้าง

บทความความรู้เรื่อง ขึ้นทะเบียนนายจ้าง สำหรับผู้ประกอบการ โด...